สระแก้ว- กกล.บูรพา สนธิกำลังร่วม กสทช. -ตำรวจภาค 2 ปูพรมตรวจสอบการลักลอบใช้คลื่นความถี่ และปล่อยสัญญาณโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตบริเวณแนวชายแดนอรัญฯ ทลายจุดติดตั้งสัญญาณเถื่อน ป้องกัน เอื้อขบวนการผิดกฎหมาย.
วานนี้ ( 24 มี.ค.) กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ได้ บูรณาการกำลังร่วมตำรวจภูธรภาค 2, ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, สภ.คลองลึก และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม อำนวยความสะดวก ให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เขต 1 ที่นำโดย นายวีระพันธ์ ศรีนวล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. เขต 1 ในการลงพื้นที่ดำเนินการปฏิบัติการเชิงรุก
ปูพรมสำรวจและตรวจสอบการลักลอบใช้คลื่นความถี่ และปล่อยสัญญาณโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายด้านความมั่นคง เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการนำโครงข่ายสื่อสารไปใช้สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายข้ามชาติ อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงออนไลน์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมักอาศัยพื้นที่แนวชายแดนเป็นจุดเชื่อมต่อสัญญาณ
จากการเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ภายในตลาดอินโดจีน ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จำนวน 2 จุดหลัก ได้แก่ บริษัท วินเทจกาญจี้แร็ก จำกัด เลขที่ 555/114 และ บริษัท อาชวิน (ไทยแลนด์) จำกัด เลขที่ 555/246 พบว่าผู้ประกอบการทั้งสองรายได้ดำเนินการขอใช้บริการอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แต่ได้ตรวจพบพฤติการณ์ลักลอบติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ (Access Point) เพิ่มเติมภายในอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ซึ่งเข้าข่ายเป็นการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและกระจายสัญญาณโดยผิดกฎหมาย
และจากการตรวจสอบเชิงเทคนิค ยังพบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกนำมาใช้เพื่อขยายสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมพื้นที่ภายในอาคาร และเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) แม้จะเป็นการใช้งานภายใน แต่การติดตั้งอุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต อาจก่อให้เกิดการรบกวนคลื่นความถี่ หรือถูกนำไปใช้เป็นช่องทางสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหวด้านความมั่นคง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ กสทช. ได้ดำเนินการตรวจยึดและถอดถอนอุปกรณ์กระจายสัญญาณที่ไม่ได้รับอนุญาตออกจากพื้นที่ทันที พร้อมบันทึกรายละเอียดของกลาง และชี้แจงข้อกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่ถูกต้องให้กับผู้ประกอบการได้รับทราบอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำในอนาคต
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังได้ร่วมดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องในข้อหาใช้หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง และจะมีการขยายผลตรวจสอบเครือข่ายและจุดติดตั้งในพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กองกำลังบูรพาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะยังคงเดินหน้าบูรณาการปฏิบัติการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการใช้โครงข่ายสื่อสารในพื้นที่ชายแดนให้เป็นไปตามกฎหมาย และป้องกันการนำไปใช้ในกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างเข้มงวดต่อไป...


