อุดรธานี - รองผู้ว่าฯ อุดรธานีนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมันใหญ่ริมถนนมิตรภาพ วางมาตรการเข้มเอาผิดผู้กักตุน-ฉวยโอกาสขึ้นราคา ผู้จัดการคลังยอมรับดีเซลเข้าขั้นวิกฤต สต๊อกเหลือเพียง 70,000 ลิตร ใช้ได้ไม่เกิน 3 วัน เหตุระบบขนส่งสะดุดหนัก
วันนี้ (24 มี.ค.) นายพิสิษฐ์ชัย อภัยปิยะกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด, อำเภอเมืองอุดรธานี, พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งจากตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และสภ.เมืองอุดรธานี พร้อมชุดปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยชุดปฏิบัติการที่ 4 (ศปนม.ภาค 4) เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัท มีนาเฟรม บนถนนมิตรภาพ
จากการตรวจสอบพบว่าคลังน้ำมันดังกล่าวมีความจุสูงสุดถึง 4.5 ล้านลิตร แต่ปัจจุบันมีน้ำมันคงเหลือเพียงราว 10% เท่านั้น สะท้อนผลกระทบจากปัญหาความล่าช้าในการขนส่ง ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันรายย่อยบางแห่งเริ่มขาดช่วง ขณะที่ประชาชนแห่ไปใช้บริการสถานีขนาดใหญ่ จนเกิดภาพต่อคิวยาวเหยียดในหลายจุด
นายพิสิษฐ์ชัย อภัยปิยะกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงจากสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ไม่ได้รับน้ำมันตามรอบปกติ ทำให้การกระจายไปยังปั๊มรายย่อยและปั๊มชุมชนสะดุด ประชาชนจึงไปซื้อน้ำมันในจุดที่ยังเหลืออยู่ จังหวัดได้กำชับทุกหน่วยงานเฝ้าระวังการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด หากพบจะดำเนินคดีโดยเด็ดขาด ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งแก้ปัญหาเต็มที่ คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในไม่กี่วัน ขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำมันอย่างประหยัด
การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางปี 2569 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณและต้นทุนการนำเข้าน้ำมันของไทย โดยรัฐบาลได้เร่งออกมาตรการป้องกันการขาดแคลนในภาพรวมของประเทศ
ด้านนายก่อเกียรติ พิกุลทอง ผู้จัดการคลังน้ำมัน เปิดเผยว่า ขณะนี้สต๊อกน้ำมันดีเซลเหลือเพียงประมาณ 70,000 ลิตร คาดว่าจะจำหน่ายได้ไม่เกิน 3 วัน หากยังไม่มีน้ำมันล็อตใหม่เข้ามาเติมอาจต้องหยุดจำหน่ายดีเซลชั่วคราว จะเหลือเพียงเบนซิน 91 และ 95 ให้บริการ
สาเหตุหลักมาจากคอขวดด้านการขนส่ง โดยรถขนน้ำมันต้องรอคิวนานเกือบ 1 สัปดาห์ และใช้เวลาเดินทางกลับอีกประมาณ 2 วัน ทำให้ระบบสะดุดทั้งห่วงโซ่ เพื่อประคองสถานการณ์ ทางคลังจำเป็นต้องจำกัดการเติมน้ำมันสำหรับรถทั่วไปไม่เกิน 1,000 บาทต่อคัน ขณะที่รถกู้ภัย มูลนิธิ และภาคการเกษตร ยังได้รับการจัดสรรตามความจำเป็น
ด้านนายทิวา อายุ 55 ปี คนขับรถบรรทุกขนข้าวเปลือก กล่าวว่า ตอนนี้แย่มาก เรามีข้าวเต็มรถ แต่พอน้ำมันไม่มีการขนส่งก็ไปไม่ได้ เมื่อคืนหาปั๊มมา 10 ปั๊ม ปรากฏว่าไม่มีน้ำมันให้เติมเลยสักปั๊มเดียว ตนต้องขนข้าวกว่า 30 ตันจาก จ.นครพนมไปส่งที่สุพรรณบุรี แต่กลับต้องสะดุดกลางทาง ปกติเติมหมื่นกว่าบาทก็ถึงแล้ว แต่ไปไม่ได้ ต้องถอดพ่วงทิ้ง แล้วขับหัวลากย้อนหาเติมน้ำมัน ได้บ้าง 500 บาท 1,000 บาท ตามแต่ปั๊มจะให้
ไม่แค่ปัญหาน้ำมันเท่านั้น ยังลามถึงเวลาสินค้า โดยเฉพาะข้าวเปลือกที่เพิ่งเก็บเกี่ยว หากล่าช้าเพียงข้ามคืนย่อมกระทบต่อน้ำหนักและรายได้ จริงแล้วช่วงเช้านี้ ต้องถึงสุพรรณบุรีแล้ว แต่ยังติดอยู่ ต้องคอยเช็กในไลน์กลุ่มว่าปั๊มไหนพอมีน้ำมันเหลือ จะประคองรถไปให้ถึงขอนแก่นก่อน


