ศูนย์ข่าวขอนแก่น - สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเดินหน้าทำแผนแม่บทแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำชี หวังสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน คำนึงถึงทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง หวังให้เป็นแผนแม่บท ลงถึงระดับพื้นที่และยืนอยู่บนความต้องการของคนในลุ่มน้ำ
ที่โรงแรมราชาวดีรีสอร์ท ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมปฐมนิเทศและการประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566-2580) เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง โดยนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์มาใช้เป็นกรอบหลักในการจัดทำแผน
พร้อมขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ผ่านเวทีปฐมนิเทศ เวทีย่อย และเวทีปัจฉิมนิเทศ รวม 19 ครั้ง ครอบคลุมทุกลุ่มน้ำสาขา ก่อนสรุปผลเพื่อจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำชีที่วัดผลได้ และนำไปใช้ได้จริง สร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำชี อย่างยั่งยืน
นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 กล่าวว่าลุ่มน้ำชี เผชิญปัญหาซ้ำซาก ทั้งปัญหาอุทกภัยจากฝนตกหนักติดต่อกัน ลุ่มน้ำย่อยต่างๆ มีความสามารถในการระบายน้ำต่ำและไม่สม่ำเสมอ เกิดน้ำหลากล้นตลิ่ง อีกทั้งสิ่งกีดขวางทางน้ำทำให้น้ำไหลออกจากพื้นที่ได้ช้า โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจที่มีถนนเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินทำให้สภาพของพื้นที่เปลี่ยนแปลงมีผลให้ระบายน้ำได้ช้าลง
ข้อจำกัดด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทำให้ไม่สามารถพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หรือกลางเพื่อชะลอ หรือเก็บกักน้ำหลากจากต้นน้ำได้ นอกจากนั้นสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มความลาดชันบางพื้นที่และบางลำน้ำค่อนข้างต่ำ ทำให้ระบายน้ำได้ช้า ในส่วนของภัยแล้ง ในเขตชลประทาน ฝนไม่ตกตามฤดูกาลปริมาณน้ำเก็บกักของอ่างเก็บน้ำ ฝาย ซึ่งเป็นน้ำต้นทุนช่วงฤดูแล้งไม่เพียงพอ
แหล่งเก็บกักน้ำบางแห่งยังไม่มีการบริหารจัดการและระบบส่งน้ำไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้พื้นที่ท้ายน้ำขาดน้ำรุนแรง รวมทั้งการลดลงของป่าต้นน้ำจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนเมือง และความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้นทั้งในภาคการเกษตร ภาคการอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน
อีกทั้งปัญหาน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม น้ำเสียจากภาคการเกษตร น้ำเสียจากภาคครัวเรือน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ทั้งสิ้น เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้วเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น การแก้ปัญหารายกรณีไม่เพียงพออีกต่อไป สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงเร่งปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำชี เพื่อมองภาพรวมทั้งลุ่มน้ำ วางทิศทางพัฒนาให้ชัด จัดลำดับความสำคัญของแผนงานโครงการอย่างเป็นระบบ นำมาประกอบการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์
นายธรรมพงศ์กล่าวอีกว่า แนวทางการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี ใช้หลักการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวมมาดำเนินการศึกษา โดยคำนึงถึงทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง พร้อมคัดเลือกทางเลือกที่เหมาะสม และนำไปบูรณาการกับการจัดทำแผนแม่บท เพื่อให้แผนแม่บทลงถึงระดับพื้นที่และยืนอยู่บนความต้องการของคนในลุ่มน้ำ การดำเนินโครงการได้ออกแบบการมีส่วนร่วมแบบเข้มข้นตลอดกระบวนการ ผ่านการจัดประชุมรวม 19 เวที
ครอบคลุมถึงระดับลุ่มน้ำสาขา ไปจนถึงระดับภาพรวมทั้งลุ่มน้ำ เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกจากผู้เกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่ม สะท้อนความต้องการ และข้อกังวลของคนลุ่มน้ำ ผ่านการประชุมรับฟังความคิดเห็น โดยในช่วงเริ่มต้นเป็นเวทีปฐมนิเทศโครงการและประชุมรับฟังความคิดเห็นซึ่งจัดขึ้น 2 ครั้งคือที่จังหวัดขอนแก่น และที่จังหวัดยโสธร เพื่อแนะนำโครงการ รวมทั้งจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำชี
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเชื่อมั่นว่าแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำชีฉบับปรับปรุงนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ลุ่มน้ำชี มีความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน สามารถรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และพร้อมรับมือกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


