xs
xsm
sm
md
lg

ชาวสวนมะพร้าวน้ำหอมสมุทรสงคราม ค้าน “ล้งกลาง” เสนอรัฐทุ่มงบโค่นสวน ลดผลผลิตกู้ราคาทรุดระยะยาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมุทรสงคราม – วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำต่อเนื่องเกือบ 1 ปี เกษตรกรทั่วประเทศเดือดร้อนอย่างหนัก ล่าสุดชาวสวนในพื้นที่ อำเภออัมพวา ออกโรงคัดค้านแนวคิดตั้ง “ล้งกลาง” ชี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดได้จริง เสนอแนวทางลดปริมาณผลผลิต ด้วยการชดเชยโค่นสวน หวังคืนสมดุลตลาดในระยะยาว

นายวันชนะ จันทร์เพ็ญ อายุ 45 ปี เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวน้ำหอม ในพื้นที่ตำบลปลายโพงพาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนตกต่ำเหลือเพียงลูกละ 3.50 บาท สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่ยังคงสูง ทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องแบกรับภาวะขาดทุนต่อเนื่อง บางรายจำเป็นต้องลดต้นทุน เช่น ลดการใส่ปุ๋ย หรือหยุดดูแล ส่งผลให้คุณภาพผลผลิตลดลง ขนาดลูกเล็กลง ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

ปัญหายังซ้ำเติมจากการกำหนดมาตรฐานรับซื้อของโรงงาน ที่เน้นเฉพาะมะพร้าวลูกใหญ่ ขนาดรอบผล 46 เซนติเมตรขึ้นไป ส่งผลให้มะพร้าวตกไซส์ถูกกดราคาเหลือเพียง 1–2 บาทต่อลูก อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าโรงงานบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดราชบุรี อาจหยุดรับซื้อผลผลิตขนาดเล็ก อ้างไม่คุ้มทุน และได้รับผลกระทบจากมาตรการนำเข้าที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้า ทำให้มะพร้าวตกไซส์จำนวนมากไม่มีตลาดรองรับ ต้องปล่อยทิ้งคาต้น

“เมื่อก่อนยังพอขายให้โรงงานเจาะน้ำบรรจุขวดได้ แต่ตอนนี้ไม่มีใครรับซื้อ ทั้งที่มะพร้าวตกไซส์ยังสามารถแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้ หากมีการสนับสนุนที่เหมาะสม” นายวันชนะ กล่าว

สำหรับแนวทางจัดตั้ง “ล้งกลาง” ที่ภาครัฐกำลังผลักดันนั้น เกษตรกรตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่า เนื่องจากปริมาณผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และ จังหวัดนครปฐม มีมากถึงวันละ 2 ล้านลูก และอาจพุ่งสูงถึง 10–12 ล้านลูกในช่วงผลผลิตออกมาก จึงกังวลว่าล้งกลางจะไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนในการจัดการมะพร้าวตกไซส์

ทั้งนี้ นายวันชนะ เสนอให้ภาครัฐปรับแนวคิดใหม่ โดยนำงบประมาณจากโครงการล้งกลางมาจัดสรรเป็นเงินชดเชยให้เกษตรกรที่สมัครใจโค่นต้นมะพร้าวแบบ “ล้มดง” เพื่อลดพื้นที่เพาะปลูกและควบคุมปริมาณผลผลิตในตลาด โดยประเมินว่า หากจ่ายชดเชยไร่ละ 5,000 บาท ใช้งบไม่ถึง 1,000 ล้านบาท แต่สามารถลดผลผลิตได้ถึง 30–40% ซึ่งจะช่วยพยุงราคาให้ฟื้นตัวได้รวดเร็ว

“หากยังปล่อยให้มีการปลูกเพิ่มโดยไม่มีการควบคุม ปีหน้าผลผลิตจะยิ่งล้นตลาดมากขึ้น การลดปริมาณควบคู่กับการปรับโครงสร้างการผลิต น่าจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนมากกว่าการตั้งล้งกลาง” นายวันชนะ กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวกำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงในแวดวงเกษตร ว่าภาครัฐควรเลือกแนวทาง “อุ้มราคา” หรือ “ลดผลผลิต” เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยในอนาคต