xs
xsm
sm
md
lg

ชาวสวนแปดริ้ววอนรัฐบาลสั่งสกัดมะม่วงแก้วขมิ้นเขมร หลังทะลักเข้าไทยนับแสนตัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





ฉะเชิงเทรา -
เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงใน จ.ฉะเชิงเทรา วอนรัฐบาลสกัดกั้นการนำเข้า มะม่วงแก้วขมิ้นจากเขมร หลังทะลักเข้าไทยนับแสนตัน ขณะกรมศุลกากร แจงสามารถนำเข้าได้ตามความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน ชี้ทิศทางราคากำลังดีหลังปิดด่าน เหตุใดต้องทุบตลาดกันเอง

จากกรณีที่สื่อมวลชนได้รับการร้องเรียนว่ามีลักลอบนำเข้า "มะม่วงแก้วขมิ้น" จากกัมพูชานับแสนตัน เข้ามาตีตลาดมะม่วงไทย โดยเป็นการลำเลียงมาทางเรือขึ้นฝั่งยังท่าเทียบเรือใน จ.ชลบุรี ก่อนนำส่งขายตลาดไทยในราคากิโลกรัมละไม่ถึง 1 บาท และการนำเข้าดังกล่าวของกลุ่มนายทุน ได้รับการเอื้อประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ไทย โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อผลผลิตมะม่วงไทยที่เริ่มทยอยออกสู่ตลาด

ทั้งที่ กัมพูชา ได้ออกประกาศห้ามนำเข้าผักและผลไม้ รวมทั้งสินค้าทุกชนิดจากไทยในช่วงที่มีข้อพิพาทแนวชายแดน ซึ่งผลกระทบจากการปิดด่านชายแดน ทำให้มะม่วงกัมพูชา อยู่ในสภาพล้นตลาดและราคาตกต่ำจนต้องมีการลอบส่งขายเข้ามาในไทย

ภายหลังข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ กรมศุลกากร ได้ออกเอกสารชี้แจงว่า ตั้งแต่เดือน มี.ค.2569 จนถึงปัจจุบันประเทศไทย มีการนำเข้ามะม่วงสด (Fresh Mango) จากกัมพูชาผ่านท่าเรือใน จ.ชลบุรี จำนวน 36 ใบขนสินค้า โดยสินค้าดังกล่าวใช้สิทธิพิเศษภายใต้ "ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน" (ATIGA) ซึ่งการนำเข้ามะม่วงเข้ามาในประเทศไทย สามารถทำได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดนั้น


วันนี้ ( 20 มี.ค.) นางไพริน ตันเฉี่ยง อายุ 54 ปี เกษตรกรชาวสวนมะม่วงใน ต.คลองเขื่อน อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา ได้ออกมายืนยันว่าการลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้นจากเขมร เข้ามาขายในตลาดสี่มุมเมือง และตลาดต่างๆของไทยในราคาที่ต่ำกว่าราคามะม่วงไทย เป็นเรื่องที่เกษตรกรรู้มานานแล้วแต่ทำอะไรไม่ได้ และตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบเรื่องราคามะม่วงไทยตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 2 บาท มาโดยตลอด

“ ในเดือน มี.ค.-เม.ย.ของทุกปีเป็นช่วงที่ผลผลิตมะม่วงไทยจะออกสู่ตลาด และยังมีแน้วโน้มว่าจะล้นตามฤดูกาล ซึ่งหลังการปิดด่านชายแดน ราคามะม่วงไทยขยับขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 3-4 บาท จากเดิมที่เคยขายได้แค่กิโลกรัมละ 2บาท จึงทำให้เกษตรกรเริ่มมีความหวังว่าจะขายผลผลิตได้ราคาที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่สุดท้ายกลับมีการนำเข้ามะม่วงจากเขมร เข้ามาตีตลาดโดยอ้างว่าสามารถทำได้ถูกต้องตามกฏหมาย"

นางไพริน ยืนยันว่าปัจจุบันเกษตรกรทำสวนมะม่วงแก้วขมิ้นน้อยลง และได้มีการทำมะม่วงสายพันธุ์ใกล้เคียงคือ ทวายเดือน9 ที่มีรสชาติเหมือนกันแต่ความคงทนต่อการสุกงอมมีน้อยกว่า ดังนั้นเมื่อมีการนำเข้า มะม่วงแก้วขมิ้นเขมร เข้ามาตีตลาดมะม่วงไทย  ทำให้มะม่วงทวายเดือน 9 ขายไม่ได้เพราะสุกงอมเร็วกว่า ผลที่ตามมาคือ เกษตรกรไทย ไม่สามารถระบายผลผลิตจากสวนได้ทัน สุดท้ายก็ต้องปล่อยมะม่วงสุกงอมคาต้น

“ หากไม่มี มะม่วงแก้วขมิ้นเขมร เข้ามาตีตลาดเกษตรกรไทยก็จะสามารถเก็บมะม่วงทวายเดือน9 ขายออกได้เรื่อยๆ แม้จะได้ในราคากิโลกรัมละ 3 บาทแต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องปล่อยให้ร่วงทิ้ง” นางไพริน กล่าว


ขณะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้การนำของ น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และ น.ส.วิณลดา บุญวรภัสร์ เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมสหกรณ์ชมรมชาวสวนมะม่วงฉะเชิงเทรา วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออกฉะเชิงเทรา ได้พยายามอย่างหนักในการผลักดันให้ผลผลิตมะม่วงในพื้นที่สามารถกระจายถึงมือผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด เพื่อลดปัญหามะม่วงล้นตลาด



ด้วยการจัด “ งานวันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว” ครั้งที่ 55 ระหว่างวันที่ 3-12 เม.ย.ที่จะถึงนี้ที่บริเวณสนามโรงเรียนวัดโสธรวรามวรวิหาร อ.เมืองฉะเชิงเทรา หลังก่อนหน้านี้ได้มีการจัดงานเทศกาลมะม่วงหวานอาหารอร่อยและของดีพนมสารคามเมื่อวันที่ 10-18 มี.ค.ที่ผ่านมารวมทั้งการจัดงานเทศกาลท่องเที่ยว “มะม่วงอาหารและของดีอำเภอบางคล้า” ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 21-29 มี.ค.69 เพื่อสนับสนุนผลผลิตไทย

แต่ไม่วายกลับมีนายทุนหัวใสอาศัยสิทธิพิเศษภายใต้ "ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน" (ATIGA นำเข้ามะม่วงราคาถูกจากเขมรเข้ามาตีตลาดมะม่วงไทย โดยไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิดกับการค้าของประเทศ