เชียงใหม่ - เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น เชียงใหม่ เผยสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางและน้ำมันผันผวนส่งผลประชาชนไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจและกังวลภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้คนเข้าวัดทำบุญและบริจาคลดน้อยลงมาก จนอาจส่งผลกระทบต่อเด็กกำพร้าและนักเรียนยากไร้ในความดูแลของวัดเกือบ 1,000 ชีวิต เผยแต่ละมื้อต้องใช้ข้าวสาร 3 กระสอบ ขณะที่ปัจจุบันทั้งวัดเหลือสำรองประมาณ 300 กระสอบ อย่างไรก็ตามย้ำไม่เป็นปัญหา ยึดหลักธรรมใช้ชีวิตตามความเป็นจริง
วันนี้ (19 มี.ค. 69) รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งปริมาณการจำหน่ายที่มีอยู่อย่างจำกัดและราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้ทุกภาคส่วนและประชาชนที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ขณะเดียวกันพบด้วยว่าวัดบางแห่ง ที่นอกจากจะเป็นศาสนสถานแล้ว ยังเป็นที่พึ่งพาของผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก ต้องได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้เช่นกัน อย่างเช่นที่วัดดอนจั่น ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรับภาระเลี้ยงดูเด็กกำพร้าและนักเรียนยากไร้เกือบ 1,000 คน ที่พบว่าจำนวนผู้คนที่เข้าวัดทำบุญและปริมาณสิ่งของจำเป็นที่มีการนำมาบริจาคนั้นลดน้อยลงไปด้วยนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์นี้เนื่องจากผู้คนต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ทั้งนี้ พระประชานาถมุนี (อานันท์ อานันโท) เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น เปิดเผยว่า ปัจจุบันทางวัดมีเด็กยากไร้ที่อยู่ในความดูแลกินนอนและเรียนหนังสืออยู่ที่วัด ทั้งเด็กเล็กไปจนถึงเด็กโตรวมทั้งสิ้น 924 คน ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ และอาหารนั้นทางวัดได้มาจากการที่ผู้คนร่วมกันทำบุญทั้งรูปแบบของเงิน ข้าวสาร อาหารแห้ง และวัตถุดิบปรุงอาหาร อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าแม้จะมีผู้ร่วมทำบุญและบริจาคอยู่ตลอด แต่ทางวัดยังคงมีความต้องการรับการสนับสนุนอยู่อย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพราะในแต่ละวันทางวัดมีค่าใช้จ่ายต่างๆ และมีความจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งข้าวสารสำหรับหุง รวมทั้งเนื้อสัตว์และผักต่างๆ เพื่อปรุงอาหารเลี้ยงดูเด็กๆ ทุกคน โดยในแต่ละมื้อทางวัดจะต้องใช้ข้าวสารจำนวน 3 กระสอบ ส่วนเนื้อสัตว์และผักต่างๆ นั้นก็ต้องใช้เป็นจำนวนมากเช่นกัน
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางและปัญหาเรื่องราคาน้ำมันนั้น เจ้าอาวาสวัดดอนจั่นเปิดเผยว่า เบื้องต้นเท่าที่สังเกตพบว่าส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้คนที่เคยเข้าวัดทำบุญและปริมาณสิ่งของบริจาคต่างๆ ที่ลดน้อยลงไปมากพอสมควร ซึ่งเข้าใจได้ว่าเนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเกิดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องข้าวยากหมากแพงและต้องระมัดระวังการใช้จ่ายกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทางวัดดอนจั่นนั้นไม่ได้กังวลใจใดๆ ในเรื่องนี้ เพราะทางวัดยึดหลักการให้ใช้ชีวิตตามความเป็นจริงและกินอยู่เท่าที่มีตามความจำเป็น กล่าวคือหากมีน้อยก็ใช้น้อยกินน้อย หรือมีอะไรให้กินก็กินอันนั้น เพียงเพื่อให้สามารงดำรงชีวิตอยู่ได้เท่านั้น จึงไม่ถือว่าเป็นปัญหาน่าหนักใจแต่อย่างใด
นอกจากนี้ พระประชานาถมุนีเปิดเผยว่า ในส่วนของข้าวสารที่ทางวัดมีสำรองอยู่นั้น ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 300 กระสอบ ซึ่งที่จริงแล้วถือว่าจำนวนไม่ได้มากแต่อย่างใด เพราะทางวัดต้องใช้หุงข้าวเลี้ยงเด็กๆ รวมแล้ววันละ 12 กระสอบ ทั้งนี้หากไม่มีผู้บริจาคเข้ามาเพิ่มเติมทางวัดยังคงมีข้าวเลี้ยงเด็กๆ ไปได้อีกประมาณ 1 เดือน และหากมีปัญหาก็ค่อยพิจารณาหาทางแก้ไขต่อไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ น่าจะคลี่คลายลงในเร็วๆ นี้ ส่วนผู้ที่ต้องการทำบุญหรือร่วมบริจาคให้กับทางวัดนั้น สามารถทำได้ตามปกติและตามกำลังศรัทธาโดยที่ตัวเองไม่เดือดร้อน
ขณะที่จากการสอบถามประชาชนที่มาร่วมทำบุญและบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับทางวัดดอนจั่นเพี่อสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ของวัด โดยเฉพาะการเลี้ยงดูเด็กกำพร้าและนักเรียนยากไร้ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางและความผันผวนเรื่องน้ำมัน ทำให้เกิดความรู้สึกกังวลใจพอสมควรเกี่ยวกับเศรษฐกิจและภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวยังคงมาทำบุญและบริจาคให้กับทางวัดตามปกติ เนื่องจากเป็นการทำตามกำลังที่มีและไม่ได้ทำให้ตัวเองเดือดร้อน รวมทั้งอยากเชิญชวนผู้คนที่พอจะมีกำลังเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนวัดดอนจั่นด้วย เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในความดูแลของวัด เพราะเด็กๆ มีเพียงวัดเท่านั้นเป็นที่พึ่งหลัก


