ตราด- ผู้ประกอบการท่องเที่ยว จ.ตราด มั่นใจวิกฤตตะวันออกกลาง จะส่งผลกระทบต่อการเข้าพักโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 69 ไม่มากนัก ชี้แม้ราคาน้ำมันพุ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวไทย แต่ก็ได้ตลาดเอเชียทั้ง จีน ไต้หวัน และอุซเบกิสถานเข้าเสริม
วันนี้ ( 18 มี.ค.) น.ส.พิชยา ธชัยอดิทรัพย์ นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ทจังหวัดตราด (เจ้าของโรงแรมเกาะกูดพาราไดซ์ ) ได้ออกมา เปิดเผยถึงวิกฤตตะวันออกกลาง ว่าย่อมมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน เพราะราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ต้นทุนการเดินทางทั้งทางรถยนต์ เครื่องบิน และเรือโดยสารสูงขึ้นอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10 %
แต่จากการตรวจสอบข้อมูลจากสมาชิกของสมาคมฯ รวมทั้งยอดการจองห้องพักของโรงแรมเกาะกูดพาราไดซ์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะมาถึง แม้ยอดจากจองห้องพักของนักท่องเที่ยวชาวไทยจะลดลงบ้างเล็กน้อย แต่ในส่วนการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวชาวเอเชียทั้ง จีน และไต้หวัน รวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศอุซเบกิสถานกลับเพิ่มมากขึ้นทั้งในส่วนการเข้าพักในเขตตัวเมืองตราด และเกาะกูด
“ ในส่วนนี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ก็ยังคงต้องจับตาราคาน้ำมันดีเซลด้วยว่าหากพุ่งสูงขึ้นมากถึง 35 บาทลิตร ก็จะกระทบต่อต้นทุนในการเดินทางไปยังหมู่เกาะต่างๆ ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงต้องรอดูอีกครั้งว่าในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.และเม.ย.นี้สถานการณ์ราคาน้ำมันจะเป็นเช่นไร ” น.ส.พิชยา กล่าว
เช่นเดียวกับ นายวิชิต สุกะสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด ที่เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวบนเกาะช้างว่า ขณะนี้ยังคงมีการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเป็นเช่นนี้ไปจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาพักผ่อนมากขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจมีปัญหาด้านการเดินทาง
ขณะที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อ.เกาะช้างและภาคเอกชน จะร่วมกันทำกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการจัดงานวันไหลเกาะช้าง เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้าพื้นที่ หลังในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จด้วยดี


