xs
xsm
sm
md
lg

ตร.-การไฟฟ้าบุกรีสอร์ตร้าง ลักลอบใช้ไฟหลวงขุดบิตคอยน์ 5 เดือน เสียหายกว่า 16 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาญจนบุรี - ตำรวจภูธรกาญจนบุรี สนธิกำลังการไฟฟ้า บุกค้นรีสอร์ตร้าง พบลักลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์กว่า 280 เครื่อง ใช้ไฟเถื่อนนาน 5 เดือน เสียหายกว่า 16 ล้านบาท เตรียมดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา

วันนี้( 17 มี.ค.) พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองผู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ชัยรัตน์ บัวขม ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี และ พ.ต.ท.วศิน พลายศิริ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบรีสอร์ตร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุด Bitcoin อย่างผิดกฎหมาย


จากการเข้าตรวจสอบ พบพื้นที่ถูกล้อมรั้วอย่างมิดชิด ประตูปิดแน่นหนา และไม่พบบุคคลอยู่ภายใน เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดเข้าไปตรวจสอบ พบหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 250 KVA ติดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้า พร้อมตู้ควบคุมไฟฟ้าขนาดใหญ่ และตรวจพบการเดินสายไฟใต้ดินด้วยท่อพลาสติกเป็นระยะทางยาวประมาณ 700 เมตร

เมื่อเดินตามแนวสายไฟไปจนสุด พบพื้นที่อีกจุดหนึ่งถูกปิดล้อมด้วยเมทัลชีทและสแลนสีเขียว ภายในเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา ตรวจพบหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 2,500 KVA ตู้ควบคุมวงจรไฟฟ้า และตู้เหล็กขนาดใหญ่อีก 4 ตู้ ภายในติดตั้งเครื่องขุดบิตคอยน์จำนวนมาก รวมตรวจยึดได้ทั้งสิ้น 280 เครื่อง

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต้องใช้รถเครนเคลื่อนย้ายของกลางไปเก็บรักษาไว้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตรวจยึดกล้องวงจรปิดภายในพื้นที่ เพื่อนำไปตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติม


นายเมธี สุกก่ำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 จังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับเบาะแสว่ามีการลักใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัล โดยลักษณะพื้นที่มีรั้วรอบขอบชิด ติดตั้งกล้องวงจรปิด และมีค่าไฟฟ้าต่ำผิดปกติ

จากการตรวจสอบพบว่ามีการต่อตรงไฟฟ้าแรงสูงจากหม้อแปลง 250 KVA และเดินสายไปยังหม้อแปลง 2,500 KVA โดยวัดโหลดการใช้งานได้ 912.90 กิโลวัตต์ ขณะที่มีการแจ้งใช้ไฟฟ้าเพียงเดือนละประมาณ 15,000 บาท ทั้งที่มีการใช้ไฟฟ้ามาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน คิดเป็นความเสียหายรวมกว่า 16 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 3.5 ล้านบาท

เบื้องต้นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย ส่วนคดีอาญาเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ

ด้าน พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองผู้ เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นผลจากการประสานข้อมูลร่วมกับตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการจับกุมคดีลักษณะเดียวกันในหลายพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีและขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป