เชียงใหม่ - ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่นำหน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันตามปั๊มหลายแห่ง พบน้ำมันบางชนิดหมดแต่อยู่ระหว่างรอการขนส่ง และไม่พบการกักตุน โดยขอความร่วมมือประชาชนเติมเท่าที่จำเป็นและเชิญชวนร่วมกันประหยัดพลังงาน
วันนี้ (17 มี.ค. 69) รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำมันในหลายสถานีบริการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเย็นวานนี้ (16 มี.ค. 69) ประกอบด้วย ปั๊ม ปตท. สาขาเชียงใหม่ แม่ริม 1, ปั๊ม PT สาขาข่วงสิงห์, ปั๊ม PT บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่, ปั๊มบางจาก บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ และปั๊ม ปตท. สาขาหางดง ซึ่งเบื้องต้นพบว่าบรรยากาศตามสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาเข้าคิวรอเติมน้ำมัน หลังทราบข่าวว่ามาตรการตรึงราคาน้ำมันของรัฐบาลจะสิ้นสุดลงในวันที่ 17 มี.ค. 69
จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ผู้อำนวยการศูนย์ชั่งตวงวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่) และประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันติดตามตรวจสอบปริมาณน้ำมันที่คงเหลือในแต่ละสถานีบริการ ซึ่งพบว่าสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งยังคงมีน้ำมันจำหน่ายให้ประชาชน แม้บางชนิดจะทยอยหมดไปตามปริมาณการซื้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีรถขนน้ำมันทยอยเข้ามาเติมในสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง แต่อาจเกิดความล่าช้าในบางช่วงเนื่องจากอยู่ระหว่างการขนส่ง ทำให้บางสถานีบริการจำเป็นต้องติดป้ายแจ้งว่าน้ำมันหมดชั่วคราว
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้กำชับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันทุกแห่ง ให้จำหน่ายน้ำมันแก่ประชาชนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ห้ามกักตุนน้ำมันโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันย้ำว่าไม่ได้จำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน แต่ขอความร่วมมือประชาชนให้เติมเท่าที่จำเป็น เพื่อกระจายน้ำมันให้ประชาชนรายอื่นสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งเน้นย้ำให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ในช่วงนี้โดยเด็ดขาด พร้อมกันนี้ยังได้เชิญชวนประชาชนและหน่วยงานภาครัฐทุกแห่งร่วมกันใช้พลังงานอย่างประหยัด เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้


