เพชรบุรี – รถทัวร์สองชั้นพาผู้โดยสารกว่า 50 คนเดินทางไหว้พระ 9 วัด เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนเพชรเกษม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จนหักโค่นทับตัวรถ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บนับสิบราย ขณะที่คนขับอ้างมีรถตัดหน้าอย่างกระชั้นชิดจนต้องหักหลบ ก่อนเสียหลักชนเสาไฟฟ้า
วันนี้ ( 17 มี.ค.) ร.ต.ท. ศิขเรศ โนรา รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธร สถานีตำรวจภูธรชะอำ จังหวัดเพชรบุรี รับแจ้งเหตุรถบัสโดยสารเสียหลักชนเสาไฟฟ้าริมถนนเพชรเกษม ขาเข้าภาคใต้ บริเวณหน้าคอนโดวีไอพี ชุมชนห้วยทรายใต้ อำเภอ ชะอำ จังหวัด เพชรบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถพยาบาลเข้าช่วยเหลือ
ในที่เกิดเหตุพบรถทัวร์สองชั้นสีขาว ของบริษัทเวคินเทรแวล ทะเบียน กรุงเทพมหานคร บรรทุกผู้โดยสารมาประมาณ 50 คน สภาพด้านหน้ารถพังยับ หลังพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงจนหักโค่นลงมาทับตัวรถ ก่อนรถจะไถลตกลงไปในร่องน้ำข้างทาง
จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลายสิบราย และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย มีอาการศีรษะแตกและแขนขวาหัก เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลชะอำและหน่วยกู้ภัยได้เร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งรักษาที่โรงพยาบาลชะอำ
ทราบชื่อคนขับรถคือ นายอนุชิต ทองนอก ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สถานีตำรวจภูธรชะอำ
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ. อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรชะอำ ได้สั่งการให้จัดรถตู้ของสถานีตำรวจมารับผู้โดยสารที่ตกค้างทั้งหมดไปพักที่สถานีตำรวจชั่วคราว ก่อนประสานรถโดยสารของบริษัทต้นสังกัดมารับผู้โดยสารเดินทางต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอนุชิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับผู้โดยสารเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อพาไปทำบุญไหว้พระ 9 วัด โดยมีปลายทางที่วัดเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ก่อนเกิดเหตุได้แวะพักที่ปั๊มน้ำมันในพื้นที่อำเภอชะอำ จากนั้นได้ขับรถออกมาบนถนนเพชรเกษม โดยใช้ความเร็วประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และขับอยู่ในเลนขวา กระทั่งมีรถคันหนึ่งขับออกจากเลนซ้ายตัดหน้าเข้ามาอย่างกระชั้นชิด ทำให้ต้องหักหลบกะทันหัน จนรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าและเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสภาพรถ รวมถึงสอบปากคำพยานและผู้โดยสารเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


