xs
xsm
sm
md
lg

ตร.ภาค 5 พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องแถลงจับกุมยาเสพติด 4 คดีสำคัญ ของกลางยาบ้ากว่า 17 ล้านเม็ด-ไอซ์ 600 กก.-ยึดทรัพย์ 50 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ - ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องแถลงผลงานกวาดล้างจับกุมยาเสพติด 4 คดีสำคัญ ยึดของกลางยาบ้ากว่า 17 ล้านเม็ด และไอซ์เกือบ 600 กิโลกรัม พร้อมขยายผลยึดทรัพย์ทั้งบ้าน ที่ดิน รถยนต์ และเงินสด รวมมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท


วันนี้ (16 มี.ค. 69) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พลตำรวจโท กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 3 และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 5 รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการกวาดล้างยาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ภายใต้การขับเคลื่อนของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ หรือ นบ.ยส.35 โดยคดีแรกเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 69 เจ้าหน้าที่บุกจู่โจมบ้านเช่าใน ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหา 7 คนกำลังล้อมวงบรรจุยาบ้า 14 ล้านเม็ดลงกล่องพัสดุ ซึ่งเครือข่ายนี้ใช้รถยนต์ 11 คัน สลับกันขับลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดเชียงรายเข้ามา โดยอำพรางไปกับพืชผลทางการเกษตรเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งคดีนี้เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ ต.สันโป่ง, ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่, ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นรถยนต์ 11 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน เงินสด 3.95 ล้านบาท อายัดบ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง และทรัพย์สินรายการอื่นๆ รวมราคาประมาณ 30 ล้านบาท

ขณะที่คดีที่ 2 ที่จังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับที่ประกอบอาชีพรับขนส่งสินค้าว่าได้มีผู้ว่าจ้างให้ไปขนสินค้าการเกษตรประเภทผักหัวขิงในพื้นที่ อ.เชียงคำ จว.พะเยา ไปส่งยังปลายทางที่ จ.ลพบุรี ตกลงว่าจ้างในราคา 8,000 บาท และจะมีแรงงานชายรอขนสินค้าอยู่ที่บริเวณบ้านสวนที่เกิดเหตุ เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณสถานที่ตำแหน่งพิกัดที่ผู้ว่าจ้างให้ข้อมูลไว้ พบชายมีลักษณะปิดบังใบหน้า ทั้งหมดจำนวน 6 คน รอขนสินค้าขึ้นบรรทุก โดยมีลักษณะพิรุธและเป็นที่น่าสงสัย สายลับจึงทำการสอบถามกับแรงงานชายทั้ง 6 คน ว่าภายในถุงขยะสีดำดังกล่าวข้างในบรรจุสิ่งใด แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ จึงแกะเปิดดูพบว่าเป็นถุงมีลักษณะคล้ายถุงชาสีเขียว จึงแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบถุงขยะสีดำวางตั้งวางเรียง พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์) อยู่ภายในถุงขยะสีดำ ซึ่งมีขิงอยู่บรรจุด้านในถุงร่วมด้วยรวมทั้งสิ้นจำนวน 199 ถุง ภายในถุงขยะสีดำมีถุงชาบรรจุถุงละ 3 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมประมาณ 597 กิโลกรัม จึงตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงคำ จ.พะเยา ไว้ดำเนินคดี ต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 1 คน ไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย


ส่วนคดีที่ 3 ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลจะลำเลียงยาเสพติดจากชายแดน จ.เชียงราย โดยใช้รถยนต์กระบะตู้ทึบเพื่อลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงตั้งด่านตรวจบริเวณหน้าด่านตรวจปูแกง ถนนพหลโยธิน หมู่ที่ 4 ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย ต่อมาพบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สี ขาว ทะเบียน 1ฒถ 5706 กรุงเทพฯ เข้ามาที่ด่านตรวจ มีลักษณะคล้ายกับที่สายลับแจ้งมา จึงได้เรียกให้หยุดตรวจ เพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมาย พบนายอำนวย เป็นผู้ขับขี่ มีลักษณะอาการกริยา กระวนกระวาย ให้การวกวนไปมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและทำการตรวจค้นภายในตู้ทึบท้ายรถ พบต้นกระเทียมสดจำนวนมาก และพบสิ่งผิดปกติว่าต้นหอมที่บรรทุกมาเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นแล้ว จึงได้ขอทำการโยกย้ายออกจากตัวรถเพื่อตรวจสอบด้านใน จากการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) จำนวน 10 กระสอบ ประมาณ 2,034,000 เม็ด จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับคดีที่ 4 ที่จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจะใช้รถยนต์ 2 คัน ทำการขนยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงจัดกำลังเฝ้าติดตาม ต่อมาเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 14 มี.ค. 69 พบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คันได้ขับมาถึงพื้นที่ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง โดยทิ้งระยะทางห่างกันประมาณ 5 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามพบรถยนต์ยี่ห้อ ISUZU ทะเบียน ยก 6444 เชียงใหม่ ที่เป็นรถนำ ได้กลับรถที่จุดกลับรถก่อนถึงด่านตรวจแม่พริก และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามอีกชุดหนึ่งพบรถยนต์ยี่ห้อ ทะเบียน กธ 8072 แพร่ ที่บรรทุกยาเสพติด ได้กลับรถที่จุดกลับรถหน้าวัดถ้ำน้ำผ่าผางาม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ไล่ติดตามรถทั้ง 2 คันไป และพบเห็นรถยนต์ทะเบียน กธ 8072 แพร่ เลี้ยวเข้ารีสอร์ตฮิมตาง จึงเข้าตรวจสอบ ภายในรถพบกระสอบต้องสงสัยจำนวน 6 กระสอบ และพบนายชาติชาย เป็นผู้ขับขี่


ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอีกชุดหนึ่งพบรถยนต์คันทะเบียน ยก 6444 เชียงใหม่ ห่างจากรีสอร์ตฮิมตางประมาณ 2 กิโลเมตร จึงได้สกัดรถคันดังกล่าวไว้ พบมีนายสุรศักดิ์ เป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเชิญตัวทั้ง 2 คน และนำรถยนต์ทั้ง 2 คันมาที่ด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริกฯ และนำรถยนต์เข้าอุโมงค์ X-Ray พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายยาเสพติด (ยาบ้า) จึงทำการตรวจสอบโดยแกะกระสอบต่อหน้าทั้ง 2 คน พบเป็นยาบ้าทั้ง 6 กระสอบ รวมจำนวนประมาณ 1,530,000 เม็ด จึงได้ทำการจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายผู้ต้องหาทั้ง 2 คนรับสารภาพว่าลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จะนำไปส่งปลายทางที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า แม้เจ้าหน้าที่จะยกระดับการกวาดล้างอย่างหนัก แต่แหล่งผลิตในพื้นที่ชายแดนยังคงเดินเครื่องผลิตยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องการระดมทุนมหาศาลเพื่อนำไปเร่งพัฒนาเขตปกครองและชุมชนของตนเอง ส่งผลให้ปริมาณยาเสพติดถูกผลิตออกมาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการสกัดกั้นและเฝ้าระวังเครือข่ายอย่างใกล้ชิดทุกมิติเพื่อหยุดยั้งไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่สังคมไทยไปมากกว่านี้ สรุปยอดรวมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นมา ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถสกัดกั้นยาบ้าไปได้แล้วกว่า 240 ล้านเม็ด และยึดทรัพย์สินได้รวมมูลค่าสูงถึง 508 ล้านบาท