นครปฐม - ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงจับกุมคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลอมบุกชิงทองร้านทองในห้างบิ๊กซีนครปฐม ได้สร้อยทองรวม 46 บาท มูลค่า 3.68 ล้านบาท ใช้เวลาติดตามเพียง 3 วัน ก่อนบุกจับคาบ้านพักในสมุทรสาคร ขณะกำลังนอนดูข่าวเหตุการณ์ของตัวเอง เจ้าตัวรับสารภาพก่อเหตุเพราะติดหนี้พนันออนไลน์
วันนี้( 14 มี.ค.) พล.ต.ท. พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต. อุทัย กวินเดชาธร และ พล.ต.ต. ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และ พล.ต.ต. กานต์ ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลอมชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
ผู้ต้องหาคือ นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ 50 ปี ชาวตำบล สามหลัก อำเภอ บ้านแพ้ว จังหวัด สมุทรสาคร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.278/2569 ในข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยปลอมตัวและใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกต่อการกระทำความผิดและการหลบหนี
พร้อมของกลางประกอบด้วย อาวุธปืนแบลงค์กัน ยี่ห้อซากิ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ สีน้ำเงิน จำนวน 1 ใบ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Yamaha Spark สีดำ ทะเบียน ขลน 428 ราชบุรี จำนวน 1 คัน เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น
พล.ต.ท.พิสิฐ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.27 น. วันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายในร้านทอง ออโรร่า บิ๊กซี สาขาห้าง บิ๊กซี นครปฐม โดยคนร้ายสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบเพื่ออำพรางใบหน้า ก่อนใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่พนักงานร้านทอง จากนั้นปีนข้ามเคาน์เตอร์เข้าไปทุบกระจกตู้แสดงสินค้า แล้วกวาดสร้อยคอทองคำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น รวม 46 บาท มูลค่ากว่า 3.68 ล้านบาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี
ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุและขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครปฐม ก่อนติดตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยขณะเข้าจับกุมพบว่าผู้ต้องหากำลังนอนดูโทรทัศน์ติดตามข่าวการก่อเหตุของตนเองอยู่ภายในบ้าน โดยไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามมาถึงตัวแล้ว
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า มีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน แต่มีหนี้จากการพนันออนไลน์ จึงตัดสินใจก่อเหตุเพื่อหวังนำเงินไปใช้หนี้ โดยยอมรับว่าหวังวัดดวงว่าจะสามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้หรือไม่
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหายังไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ภายในเวลาเพียง 3 วัน หลังเกิดเหตุ เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


