กาญจนบุรี - ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอบ่อพลอย ตามนโยบายมหาดไทย พบประชาชนยังต่อแถวเติมน้ำมันจำนวนมาก ขณะที่การตรวจสอบไม่พบการกักตุนหรือกระทำผิดกฎหมาย
วันนี้( 13 มี.ค.) นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัด กาญจนบุรี พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัด และ นางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน ปลัดจังหวัด ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ อำเภอบ่อพลอย เพื่อกำกับดูแลการจำหน่ายน้ำมันให้เป็นไปตามกฎหมาย
การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย นายชวโรจน์ มากแก้ว นายอำเภอบ่อพลอย พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานพลังงานจังหวัดกาญจนบุรี นำโดย นางสมนึก สิทธิการณา พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันตามแนว ทางหลวงหมายเลข 3086
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด
จากการตรวจสอบพบว่า สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งมีน้ำมันเหลือจำหน่ายไม่มากนัก แต่ยังคงสามารถให้บริการประชาชนได้ โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. พบว่ามีประชาชนและเกษตรกรนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาต่อแถวรอเติมน้ำมันเป็นจำนวนมาก บางรายนำถังแกลลอนมาบรรจุน้ำมันเพื่อนำไปใช้ในการทำการเกษตร
เจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดได้ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการและประชาชนเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์บรรจุน้ำมันที่ปลอดภัย พร้อมขอความร่วมมือสถานีบริการไม่ให้จำหน่ายน้ำมันเกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนด
ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนว่าปั๊มน้ำมันบางแห่งปิดให้บริการเพื่อกักตุนรอปรับราคานั้น จากการตรวจสอบพบว่าสถานีบริการดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเภอหนองปรือ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. โดยมีราคาน้ำมันดีเซลแตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ามีการฉวยโอกาสขึ้นราคา
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่สลิปการเติมน้ำมันในสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าเจ้าของสถานีบริการได้ซื้อน้ำมันมาในราคาลิตรละ 38.60 บาท และจำหน่ายให้ประชาชนในราคาลิตรละ 38.80 บาท
เจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดยังได้ตรวจวัดปริมาณน้ำมันในถังเก็บของสถานีบริการ พบว่าน้ำมันดีเซลยังคงเหลือประมาณ 8,800 ลิตร ขณะที่น้ำมันเบนซินเหลือเพียงประมาณ 700 ลิตรเท่านั้น อย่างไรก็ตามสถานีบริการยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
ทั้งนี้ การตรวจสอบครั้งนี้ไม่พบการกระทำความผิดตามกฎหมาย และผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันทุกแห่งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี


