อุดรธานี-นายกคนพิการอุดรธานีสุดช้ำ! หลานชายถูกเพื่อนชวนขุดทองเลี้ยงกุ้งที่อิหร่าน หวังหาเงินง้อเมีย สุดท้ายเจอสงคราม ต้องวิ่งหนีตายอุตลุด ขณะที่ย่าวัย 88 ยังไม่รู้เรื่อง ครอบครัวปิดเงียบกลัวช็อกตายตาม วอนรัฐบาล ประสานช่วยนำตัวคนไทยกลับมาตุภูมิ
วันนี้ (13 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวพร้อมด้วยนายภาณุมาศ จิตวศินกุล เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับการร้องเรียนจากนางสาวธันย์ชนก นามวงศ์ หรือ “จิ๊บ” อายุ 47 ปี นายกสมาคมรวมใจคนพิการแห่งจังหวัดอุดรธานี ขอความช่วยเหลือให้ช่วยประสานหน่วยงานรัฐ นำญาติซึ่งเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิหร่านกลับประเทศไทย หลังติดอยู่ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ โดยชาวไทยรายดังกล่าว คือนายเกรียงวุฒิ นามวงศ์ อายุ 47 ปี
นางสาวธันย์ชนก นามวงศ์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า นายเกรียงวุฒิ มีศักดิ์เป็นหลานชาย ถูกเพื่อนชักชวนไปทำงาน “เลี้ยงกุ้ง” ที่เมืองกู๊ดแทรก ประเทศอิหร่าน โดยอ้างว่าทำงานเพียง 6 เดือน จะมีเงินเก็บกลับบ้านเป็นหลักล้านบาท ด้วยความที่หลานเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวและเพิ่งเลิกรากับภรรยา จึงมีความหวังว่า หากหาเงินก้อนโตได้จะนำไปตั้งตัวและง้อภรรยาให้กลับมาสร้างครอบครัวกันอีกครั้ง จึงตัดสินใจไป โดยไม่บอกครอบครัวล่วงหน้า กระทั่งวันเดินทางจึงโทรมาบอกและฝากลูกไว้ให้ญาติช่วยดูแล
ญาติยังไม่ทราบแน่ชัดว่านายเกรียงวุฒิ เดินทางไปทำงานที่อิหร่านด้วยวิธีใด เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้บอกรายละเอียด ทราบเพียงว่าบริษัทในอิหร่านเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเอกสารและการเดินทางให้ทั้งหมด โดยนายเกรียงวุฒิไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าการเดินทางดังกล่าวผ่านขั้นตอนของกระทรวงแรงงานอย่างถูกต้องหรือไม่
ทั้งนี้นายเกรียงวุฒิเดินทางไปทำงานได้ประมาณ 2 เดือน ช่วงแรกยังติดต่อมาเป็นระยะ โดยบอกว่าสถานที่ทำงานอยู่ห่างจากตัวเมืองและไม่น่ามีอันตราย แต่เมื่อสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ทวีความรุนแรงขึ้น นายเกรียงวุฒิได้โทรมาหาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ บอกว่ามีทหารเข้าไปตั้งฐานอยู่ใกล้บริเวณฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง จนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ทั้งแจ้งมาว่าเกือบตายแล้ว ช่วยหาทางพากลับบ้านด้วย
นางสาวธันย์ชนก เล่าต่อว่า การช่วยเหลือยังมีอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากในประเทศอิหร่านไม่มีสถานเอกอัครราชทูตไทยโดยตรง หากจะเดินทางไปติดต่อสถานทูตไทยในประเทศตุรกีต้องใช้เวลาถึง 3 วัน แต่หากเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศปากีสถานจะใช้เวลาเพียงประมาณ 8 ชั่วโมง จึงพยายามหาช่องทางติดต่อสถานทูตไทยในปากีสถานเพื่อขอความช่วยเหลือ
จากการตรวจสอบ พบว่ามีคนไทยติดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างน้อย 6 คน โดยยืนยันว่าเป็นชาวจังหวัดอุดรธานีอย่างน้อย 2-3 คน ได้แก่นายภุชงศ์ เวศศิริ, นายณัฐชัย เฉลิมพุทธ และนายเกรียงวุฒิ นามวงศ์ ขณะนี้สามารถติดต่อรวมกลุ่มกันได้เพียง 3 คน ส่วนอีก 3 คนยังไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากสัญญาณสื่อสารขาดหายเป็นระยะ
“ที่น่าเป็นห่วง คือย่านายเกรียงวุฒิ อายุ 88 ปี ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูหลานมาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นเด็กกำพร้า ยังไม่ทราบเรื่องราว ญาติพี่น้องเกรงว่าหากทราบข่าว หลานติดอยู่ในพื้นที่สู้รบ อาจเกิดความเครียดจนกระทบต่อสุขภาพ อยากขอความเมตตาจากนายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ และกรมแรงงาน ช่วยประสานนำคนไทยกลุ่มนี้กลับประเทศอย่างปลอดภัย” นางสาวธัญชนกกล่าว
รายงานเพิ่มเติมว่า จากการนำรายชื่อแรงงานทั้ง 3 คน ไปให้หน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบในระบบของกรมการจัดหางาน พบว่าไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในระบบการไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คาดว่าแรงงานกลุ่มดังกล่าวอาจเดินทางไปทำงานต่างประเทศผ่านช่องทางอื่น ที่ไม่ผ่านการดำเนินการของภาครัฐ


