xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจ “พ่อดอส” ลูกเรือมยุรีนารี ดีใจลูกชายรอดตายเหมือนเกิดใหม่ เตรียมจัดผูกข้อมือรับขวัญที่อ.ทุ่งฝน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายพัน พงพันธ์ขาง ผู้เป็นพ่อ ของลูกเรือมยุรีนารี
อุดรธานี -เปิดใจพ่อดอส “กิตติโรจน์ พงพันธ์ขาง” ลูกเรือไทยบนเรือมยุรีนารี หลังเหตุเรือถูกโจมตี พ่อเผยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าลูกชายเหมือนเกิดใหม่ เตรียมจัดพิธีผูกข้อมือรับขวัญ หลังบินกลับถึงเมืองไทย 17มีค.นี้ ขณะที่นายอำเภอทุ่งฝนพร้อมแรงงานจ.อุดรธานี ลงพื้นที่ให้กำลังใจครอบครัวถึงบ้านอ.ทุ่งฝน

นายกิตติโรจน์ พงพันธ์ขาง หรือดอส ลูกเรือมยุรีนารี
วันนี้ ( 13 มี.ค.) ที่บ้านสันติธรรม ตำบลนาชุมแสง อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี นายอำเภอทุ่งฝน พร้อมด้วยคณะ แรงงานจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ นายกิตติโรจน์ พงพันธ์ขาง หรือดอส ลูกเรือชาวไทยของเรือสินค้า มยุรีนารี ซึ่งประสบเหตุถูกโจมตี บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความเป็นห่วงให้กับครอบครัวและญาติพี่น้องในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้พบปะพูดคุยกับนายพัน พงพันธ์ขาง พ่อของนายกิตติโรจน์ เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ พร้อมให้กำลังใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่แรงงานได้ชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือจากภาครัฐ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์และการช่วยเหลือลูกเรือไทย

นายพลกฤษ เรืองสุกใส นายอำเภอทุ่งฝน กล่าวว่าทางอำเภอทุ่งฝนและหน่วยงานด้านแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งขอให้ครอบครัวมั่นใจว่าทุกหน่วยงานจะร่วมกันดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

ด้านนายพัน พงพันธ์ขาง ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่าทราบเรื่องจากทางบริษัทโทรศัพท์มาแจ้งช่วงเย็นประมาณ 17.00 น. ซึ่งตอนแรกยังงงว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะตนไม่ค่อยเล่นโซเชียล จึงไม่ทราบข่าวว่าเรือถูกโจมตี แต่พอเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าลูกชายปลอดภัยดีก็รู้สึกโล่งอก เหมือนยกภูเขาออกจากอก ลูกชายโชคดีมาก ถือว่าดวงยังไม่ถึงฆาต เพราะจังหวะที่ระเบิดลงนั้น ลูกชายเพิ่งจะออกกะ จากห้องเครื่องขึ้นมากินข้าวเสร็จพอดี แต่ก็เสียใจกับลูกเรืออีกชุดที่เข้าไปเปลี่ยนเวรแทนที่ ต้องมาประสบเหตุแทน

สำหรับ “น้องดอส” ถือเป็นกำลังหลักในการดูแลครอบครัว โดยไปทำงานเดินเรือต่างประเทศมานานกว่า 10-12 ปีแล้ว ในตำแหน่ง AB (Able Seaman) ประจำห้องเครื่อง โดยปกติจะทำงานรอบละ 8-9 เดือน มีกำหนดจะกลับมาพักผ่อนหลังช่วงสงกรานต์นี้ แต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน

ขณะนี้นายกิตติโรจน์ หรือดอส อยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพโอมาน ซึ่งจัดที่พักและอาหารให้อย่างเต็มที่ และกำลังประสานสถานทูตเพื่อหาไฟล์ทบินกลับประเทศไทยโดยด่วนที่สุด ซึ่งลูกชายได้แจ้งข่าวกลับมา คาดว่าจะถึงไทยในวันที่ 17 มีนาคมนี้




นายพัน กล่าวทิ้งท้ายว่าทันทีที่ลูกชายถึงบ้าน จะทำพิธีตามประเพณีอีสาน คือการบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อไม้ข้อมือ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าลูกชายได้เกิดใหม่จริงๆ พร้อมขอบคุณนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ลงพื้นที่มาให้กำลังใจครอบครัวถึงบ้าน ทำให้มีกำลังใจขึ้นมาก หลังจากที่ต้องนั่งกังวลมาตลอด

ในโอกาสนี้นายอำเภอและคณะเจ้าหน้าที่ได้วิดีโอคอลพูดคุยกับ “ดอส” หรือ นายกิตติโรจน์ ขณะนี้อยู่ที่ประเทศโอมาน โดยเจ้าตัวได้เล่าเหตุการณ์นาทีระทึกบนเรือให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุเพิ่งลงจากเวรได้ไม่นาน และกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในห้องอาหารของเรือ หลังจากกินข้าวเสร็จไม่นานก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นมา ทำให้ตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

ในช่วงเวลานั้นเรือกำลังจะหันหัวเรือออกจากช่องแคบพอดี หลังเกิดเหตุลูกเรือทั้งหมดจึงรีบวิ่งไปยังจุดรวมพล โดยตอนแรกพยายามรวมตัวกันบริเวณห้องรับประทานอาหาร แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากมีควันจำนวนมาก จึงพากันวิ่งขึ้นไปยังบริเวณดาดฟ้าเรือโดยใช้บันไดหนีขึ้นไป


หลังจากส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ไม่นานก็มีเรือจากประเทศโอมานเข้ามาช่วยเหลือลูกเรือ เท่าที่จำได้ ลูกเรือที่ขึ้นมาบนดาดฟ้ามีประมาณ 20 คน ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือลงจากเรืออย่างปลอดภัย ส่วนลูกเรืออีก 3 คนที่ยังสูญหายนั้น ทราบว่าอยู่บริเวณห้องเครื่องของเรือช่วงเกิดเหตุ

ตนและลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือได้รับการดูแลเป็นอย่างดี โดยพักอยู่ในโรงแรมที่ประเทศโอมาน และยังมีนักจิตวิทยาเข้ามาพูดคุยให้คำปรึกษาเพื่อลดความเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงท้ายของการพูดคุยดอสได้พูดกับพ่อว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ตนปลอดภัยดี และวันที่ 17 มีนาคมนี้ก็จะได้เดินทางกลับบ้าน อีกทั้งหลานก็ปิดเทอมแล้ว ทำให้ครอบครัวมีโอกาสได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง