ประจวบคีรีขันธ์ - เผยภาพความเสียหายพื้นที่ นสล. “ปลายหางเกาะทะลุ” แหล่งทรัพยากรสำคัญเมืองประจวบฯ หลังถูกลอบเผาป่าและแผ้วถางต้นไม้รวมกว่า 10 ไร่ ตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจเผยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดเหตุลอบเผาป่าในพื้นที่ นสล. (ที่สาธารณประโยชน์) บริเวณตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ช่วงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่บริเวณ “ปลายหางเกาะทะลุ” ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ล่าสุดวันนี้(12 มี.ค.) พ.ต.อ.ธฤต เรืองเดชา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรบางสะพานน้อย เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินการสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันของเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) ปลัดอำเภอบางสะพานน้อย และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พบความเสียหายจำนวนมาก โดยมีพื้นที่ถูกไฟไหม้ประมาณ 3 ไร่ ลักษณะการเผามุ่งเน้นไปที่ตอไม้ ขณะเดียวกันยังพบพื้นที่ถูกแผ้วถางและตัดต้นไม้ทำลายป่ากว่า 8 ไร่
เบื้องต้นคาดว่ามีกลุ่มบุคคลขึ้นไปดำเนินการก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ และอาจมีวัตถุประสงค์แอบแฝงบางประการ
ด้าน อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) ระบุว่า แม้จะพบความเสียหายอย่างชัดเจน แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ทำให้อุทยานฯ ยังไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการเป็นผู้เสียหายเข้าแจ้งความโดยตรง จึงทำได้เพียงรายงานเหตุการณ์ไปยัง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เพชรบุรี เพื่อพิจารณาหาแนวทางดำเนินการต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบพฤติกรรมที่สร้างความสะเทือนใจให้กับนักอนุรักษ์ เมื่อมีการตรวจพบกลุ่มบุคคลลักลอบขึ้นไปใช้แพทางเดินที่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เคยนำมาติดตั้งไว้ และยังนำ “ซากหอยมือเสือ” มาใช้เป็นภาชนะใส่อาหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตักเตือนในเบื้องต้นแล้ว
ปัจจุบันทาง อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) ได้ประกาศห้ามตั้งแคมป์ค้างแรมบริเวณปลายหางเกาะทะลุอย่างเด็ดขาด รวมถึงห้ามทำกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการังและระบบนิเวศทางทะเล เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้


