กาฬสินธุ์ - ดับได้แล้ว! ไฟไหม้ป่าภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เผยพื้นที่ป่าเสียหายกว่า 500 ไร่ ประเมินค่าไม่ได้ คาดฝีมือมนุษย์ มุ่งเผาหวังเก็บของป่าขาย ด้านเจ้าคณะอ.สหัสขันธ์ขอบิณฑบาตชาวบ้านหยุดเผาทำลายป่าเพียงเพื่อต้องการหาของป่า ผวจ.สั่งทำแผนป้องกัน ลั่นต้องจับคนเผาติดคุก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุไฟปริศนาเผาป่าภูสิงห์ พื้นที่ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ กลายเป็นไฟป่าที่ลุกลามกินพื้นที่ถึง 3 ตำบล เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (10 มี.ค.) โดยนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เข้าบัญชาการดับไฟด้วยตนเอง พร้อมกับพระครูสิริพัฒนนิเทศก์ ดร. เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ เจ้าอาวาสวัดภูสิงห์ และพระลูกวัด ชาวบ้าน นำรถบรรทุกน้ำพร้อมอุปกรณ์ดับไฟเข้าระงับเหตุ
รายงานแจ้งว่าการระดมพลเพื่อดับไฟป่าครั้งนี้ยังมี ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย-ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ ผู้บริหารเทศบาลตำบล ประกอบด้วย ต.นิคม ต.โนนบุรี ต.ภูสิงห์ และ ต.สหัสขันธ์ พร้อมกับอาสาสมัครมูลนิธิ กู้ภัย และอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ ร่วมกันดับไฟ พร้อมนำโดรนบรรทุกน้ำขึ้นบินดับไฟป่าตลอดทั้งคืน ตั้งแต่ตอนล่างไปถึงบนยอดเขาภูสิงห์ จนสามารถดับไฟป่าได้ในช่วงเที่ยงวันนี้
พระครูสิริพัฒนนิเทศก์ ดร. เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ เจ้าอาวาสวัดภูสิงห์ กล่าวว่าปัญหาไฟป่าบริเวณเขาภูสิงห์เกิดขึ้นแทบทุกปี ในลักษณะไฟไหม้ป่าเป็นบริเวณกว้าง เกิดจากฝีมือชาวบ้านบางคนที่ต้องการเผาป่าเพื่อหาของป่า โดยปี 2565 ประมาณวันที่ 17 มีนาคม ไฟป่าได้สร้างความเสียหายกว่า 700 ไร่ และปี 2566-68 ก็เกิดซ้ำๆ ขึ้นอีก แต่ละรอบความเสียหายจะมากกว่า 500 ไร่ ครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 500 ไร่ ไม่สามารถประเมินความเสียหายเป็นเงินได้
พื้นที่ป่าภูสิงห์ ปัจจุบันนอกจากพุทธศาสนิกชนจะขึ้นไปกราบไหว้สักการะพระพรหมภูมิปาโล พระใหญ่ติดหินผาแล้ว ยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม ภายในป่าภูสิงห์ยังมีถ้ำผาแดง เป็นหน้าผาที่มีหินขอดคล้ายหอยสวยงาม แต่ทุกปีก็จะเกิดเหตุการณ์เผาป่าเช่นนี้ คงต้องขอบิณฑบาตชาวบ้านหยุดเผาทำลายป่า เพียงเพื่อต้องการหาของป่า แต่ได้ทำลายชีวิตสัตว์ ต้นไม้และธรรมชาติที่สวยงาม
ด้านนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่โดยรวมเขาภูสิงห์มีประมาณ 3,000 ไร่ การเกิดไฟป่าจากการสอบถามและตรวจสอบลักษณะการลุกลามของไฟป่าเชื่อได้ว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ เพราะไฟเผาป่าเกิดขึ้นเป็นจุดๆ และเป็นเส้นทาง ในครั้งนี้ได้กำชับให้ตำรวจสืบสวนหาตัวคนเผา หากจับได้จะให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ทั้งนี้ การป้องกัน แม้จะเกิดจากภัยธรรมชาติ อากาศที่ร้อน หรือเป็นฝีมือมนุษย์ ได้สั่งการให้ ผอ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์ และอาสาสมัครรวมไปถึงอาสาสมัครกู้ภัย ร่วมกันซ้อมแผนการดับไฟป่าอย่างเป็นระบบเพื่อลดปัญหาความเสียหายนี้ ขอให้ประชาชนหยุดเผาป่าหรือหยุดเผาในที่โล่งแจ้ง เพราะไฟป่ายังทำให้เกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5 มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เจ็บป่วย อีกทั้งการเผาป่ายังเป็นการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวด้วย


