อุดรธานี – แรงงานอุดรฯ พร้อมตัวแทนหน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจครอบครัวแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศอิสราเอล แนะสั่งให้ลูกหลานหรือ สามีโหลดแอป “Smart TOEA” ซึ่งจะแจ้งเตือนและระบุพิกัดหนีภัยหากสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้นใกล้ตัว ด้านแรงงานในอิสราเอลตอนกลางยันขอทำงานต่อเพราะต้องหาเงินใช้หนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้( 11 มี.ค.) แรงงาน จ.อุดรธานี พร้อมฝ่ายปกครองอำเภอหนองหาน นำโดยนายปริญญา ศรีประเสริฐ แรงงานจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจครอบครัวแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศอิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ยังคงตึงเครียด และอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของแรงงานไทยในพื้นที่ดังกล่าว
การลงพื้นที่ครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดอนหายโศก ตำบลหนองหาน ตำบลหนองเม็ก ตำบลหนองสระปลา และตำบลบ้านยา อำเภอหนองหาน โดยได้รับความร่วมมือจากครอบครัวแรงงานเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ได้สอบถามข้อมูลแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศ รวมถึงสอบถามถึงความเป็นอยู่ ความปลอดภัย การทำงาน และความประสงค์ในการเดินทางกลับประเทศไทยของแรงงาน
นายปริญญา ศรีประเสริฐ แรงงานจังหวัดอุดรธานี กล่าวกับญาติแรงงานว่า รัฐบาลและกระทรวงแรงงานมีความเป็นห่วงสวัสดิภาพของแรงงานไทยเป็นอย่างมาก จึงมอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ลงมาพูดคุยเพื่อคลายความกังวลของครอบครัว พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ญาติพี่น้องช่วยแจ้งลูกหลานหรือคู่สมรสที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ ให้รีบดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “Smart TOEA” ของกรมการจัดหางาน ติดตั้งไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยเร็ว เพื่อใช้เป็นช่องทางในการดูแลและให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในต่างประเทศ
สำหรับคุณสมบัติสำคัญของแอปพลิเคชัน Smart TOEA ที่แรงงานไทยควรติดตั้งไว้ มี 2 ส่วนหลัก ได้แก่ระบบระบุตำแหน่งพิกัด (GPS) หากแรงงานลงทะเบียนและเปิดพิกัดไว้ตลอดเวลา สำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และนครอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะสามารถทราบตำแหน่งของแรงงานได้ทันที หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ปุ่มขอความช่วยเหลือ SOS แรงงานสามารถส่งข้อความแจ้งเหตุผ่านแอปฯ ได้โดยตรง หากเห็นว่าสถานการณ์ไม่ปลอดภัย หรือเกรงว่าจะเกิดอันตราย สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือหรือประสานนำตัวไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมทั้งสามารถแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยได้ “ขอให้พ่อแม่พี่น้องที่มีลูกหลานทำงานอยู่ต่างประเทศ ช่วยแจ้งให้เขาลงทะเบียนแอปฯ นี้ วิธีใช้งานง่าย แต่มีประโยชน์มากในยามเกิดเหตุฉุกเฉิน” นายปริญญา กล่าวย้ำ
ด้านนางวรา สุรวรรณสิงห์ อายุ 60 ปี แม่ของนายบุญสิน สุรวรรณสิงห์ แรงงานชาวหนองหาน เปิดเผยว่า ลูกชายเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ประมาณ 7–8 เดือน ทำงานด้านก่อสร้างอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศ โดยก่อนเดินทางไปทำงานได้กู้หนี้ยืมสินเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ล่าสุดได้พูดคุยกับลูกชายเมื่อวานนี้ ลูกชายเล่าว่าสถานการณ์โดยรวมยังใช้ชีวิตและทำงานตามปกติ หากมีสัญญาณเตือนภัยก็จะรีบเข้าไปหลบในบังเกอร์ ทั้งนี้ลูกชายยังไม่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยในตอนนี้ ต้องการทำงานใช้หนี้ให้หมดก่อน
“ในฐานะแม่ก็เป็นห่วงตามประสา แต่ไม่ได้กังวลมากนัก เพราะคิดว่าอยู่ที่ไหนก็ต้องใช้ชีวิตตามบุญตามกรรม อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่แรงงานมาประชาสัมพันธ์เรื่องแอปพลิเคชัน ก็เข้าใจและจะถ่ายภาพข้อมูลส่งไปให้ลูกติดตั้งไว้ เพื่อความปลอดภัยหากเกิดเหตุฉุกเฉิน” นางวรากล่าว
ทั้งนี้ ในระหว่างการลงพื้นที่ แรงงานจังหวัดยังได้วิดีโอคอลพูดคุยกับแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล โดยนายชาญชัย บุญช่วย อายุ 27 ปี ซึ่งทำงานขับรถให้นายจ้าง เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ยังเป็นปกติ และยังคงทำงานตามปกติ จุดที่ทำงานอยู่ไม่ได้อยู่ใกล้หลุมหลบภัยมากนัก แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน นายจ้างจะให้หาที่กำบังทันที นายชาญชัย ยังกล่าวว่า ตนเดินทางมาทำงานที่อิสราเอลได้มากกว่า 1 ปีแล้ว และในขณะนี้ยังไม่มีความคิดจะเดินทางกลับประเทศไทย เพราะต้องการทำงานต่อไปก่อน


