กาญจนบุรี - สถานีบริการน้ำมันใน สังขละบุรี กลับสู่ภาวะปกติ หลังทางการออกมาตรการเข้มงวดป้องกันการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศ จำกัดรถยนต์เติมได้ไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง ส่วนผู้ต้องการใส่แกลลอนต้องลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้ภาพความแออัดหน้าปั๊มหายไป
วันนี้ (10 มี.ค.) บรรยากาศการใช้บริการสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี กลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังทางการประกาศใช้มาตรการคุมเข้มการลักลอบนำเชื้อเพลิงออกนอกประเทศ โดย ที่สถานีบริการน้ำมัน 2 แห่ง ได้แก่ ปตท. และพีที บริเวณสามแยกซองกาเลีย หมู่ 3 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ไม่พบภาพความแออัดของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่นำแกลลอนมารอซื้อน้ำมันเหมือนก่อนหน้านี้ โดยประชาชนสามารถนำรถมาเติมน้ำมันได้ตามปกติ
ทั้งนี้ รถยนต์สามารถเติมน้ำมันได้คันละไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อน้ำมันใส่แกลลอนเพื่อนำไปใช้ในครัวเรือน หรือจำหน่ายตามหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ต้องไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ซึ่งตั้งโต๊ะให้บริการภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ของห้างหุ้นส่วนจำกัดแดงบริการ
เจ้าหน้าที่จะพิจารณาอนุญาตตามเหตุผลและความจำเป็น โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อน้ำมันเพื่อนำไปใช้กับเครื่องตัดหญ้า เครื่องสูบน้ำ หรือเครื่องจักรทางการเกษตร ในปริมาณประมาณ 5-10 ลิตรต่อราย ส่วนพ่อค้าแม่ค้าที่ซื้อน้ำมันไปจำหน่ายต่อในชุมชนหรือหมู่บ้านพื้นที่ห่างไกล เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ รวมถึงสอบถามผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในพื้นที่เพื่อยืนยันตัวตน ก่อนพิจารณาอนุญาตตามความเหมาะสม
รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ได้ร่วมประชุมกำหนดมาตรการควบคุมการจำหน่ายน้ำมัน ส่งผลให้บรรยากาศความวุ่นวายที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ลดลงอย่างชัดเจน ทำให้ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น รวมถึงช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนสาย 323 บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันทั้งสองแห่ง
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผู้กำกับการ สภ.สังขละบุรี พร้อมหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 134 ศุลกากรสังขละบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมกับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ เพื่อกำหนดมาตรการลดผลกระทบต่อประชาชนและป้องกันการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกประเทศ
มาตรการสำคัญประกอบด้วย 1 จัดเจ้าหน้าที่ประจำสถานีบริการน้ำมัน เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน โดยกำหนดให้รถยนต์เติมน้ำมันได้ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท 2. การใส่น้ำมันในแกลลอนต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองประจำปั๊ม โดยพิจารณาตามเหตุจำเป็น เช่น ใช้ในภาคเกษตรกรรม หรือปั๊มน้ำมันชุมชน 3. ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ รวมถึงผู้สนับสนุน 4.หน่วยงานราชการที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินโครงการต่างๆ ต้องแจ้งให้อำเภอพิจารณาอนุญาต และใช้เท่าที่จำเป็น ห้ามกักตุน
ทั้งนี้ หากพบการครอบครองน้ำมันเกิน 40 ลิตรโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยทางอำเภอสังขละบุรีจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ฝ่าฝืนโดยไม่มีข้อยกเว้น
ด้านนายดำรงรัตน์ สุภาพัฒน์ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อำเภอสังขละบุรี เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดพบว่า จำนวนผู้มาเติมน้ำมันลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่พบความแออัดเหมือนก่อนหน้านี้ โดยผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่จริง
“รถยนต์ยังสามารถเติมน้ำมันได้คันละ 1,000 บาท ส่วนผู้ที่ต้องการใส่แกลลอนสามารถมาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ได้ โดยจะพิจารณาอนุญาตตามความจำเป็น คาดว่าภายใน 1-2 วันสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และยืนยันว่าจะมีน้ำมันเพียงพอสำหรับประชาชนในพื้นที่อย่างแน่นอน” นายดำรงรัตน์กล่าว


