xs
xsm
sm
md
lg

หวิดสลด! ไฟไหม้โกดังไม้-สี-ทินเนอร์ ร้านเฟอร์นิเจอร์ดังกลางนครสวรรค์ จนท.ดับเพลิงเจ็บ 1

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นครสวรรค์ - โกลาหลกันทั่ว..คาดไฟลัดวงจร-อากาศร้อนจัด เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บไม้-สี-ทินเนอร์ ร้านเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินชื่อดังกลางเมืองนครสวรรค์ สารไวไฟอื้อ-เปลวเพลิงโหมแรง ต้องทุบกำแพงระดมรถน้ำสกัดกว่า 30 เที่ยว-ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงถึงเอาอยู่ แต่ จนท.เจ็บ 1



เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บไม้ สี ทินเนอร์ ของร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ร้านโฮมแคร์ บริเวณถนนรังสิโยทัย ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ช่วงเย็นวันที่ 9 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นพื้นที่กลางเมืองและมีสารไวไฟจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครนครสวรรค์และดับเพลิงจาก อบต.ในพื้นที่ใกล้เคียงนำรถดับเพลิงเข้าพื้นที่มากกว่า 10 คัน ใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงกว่า 30 เที่ยว แต่การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากภายในโกดังเก็บไม้ สี และทินเนอร์จำนวนมาก ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงต่อเนื่อง ต้องทุบกำแพงและพังประตูบางส่วนของอาคารเพื่อเปิดทางให้สามารถฉีดน้ำเข้าไปถึงจุดต้นเพลิงโดยตรง เกรงว่าไฟจะลุกลามไปยังอาคารใกล้เคียง

ขณะเกิดเหตุร้านได้ปิดให้บริการแล้ว จึงไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นการจราจรบางส่วนบริเวณสี่แยกพหลโยธิน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานและลดความเสี่ยงจากกลุ่มควันหนาทึบที่พวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง


จากการสอบถามนายบุณยศิษฐ์ เพ็ญประดับพร อายุ 51 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า อาคารที่เกิดเหตุใช้เป็นโกดังเก็บไม้ ทินเนอร์ และอุปกรณ์สี โดยขณะเกิดเหตุร้านปิดทำการแล้ว แต่ตนยังอยู่ภายในห้องทำงาน ก่อนจะได้ยินเสียงดังผิดปกติจากโกดัง จากนั้นมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา เมื่อรีบเข้าไปตรวจสอบพบว่าเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ได้ในขณะนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์คาดว่าสาเหตุอาจมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและมีสารไวไฟจำนวนมากภายในโกดัง ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว การควบคุมเพลิงใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ทั้งนี้ จะมีการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงประเมินมูลค่าความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง