อ่างทอง - ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันอิสระ ในจังหวัดอ่างทองร้องขอให้ภาครัฐพิจารณาลดราคาน้ำมันหน้าคลัง หรือจัดสรรน้ำมันราคากลางให้รายย่อย หลังแบกรับต้นทุนสูงกว่าปั๊มรายใหญ่ เสี่ยงกระทบการดำเนินธุรกิจและอาจต้องปิดกิจการ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
วันนี้( 9 มี.ค.) หน่วยงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง และสำนักงานชั่งตวงวัด เขต 1 สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในสถานประกอบการพื้นที่อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เพื่อรับทราบปัญหาในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ พร้อมกำกับดูแลการให้บริการแก่ผู้บริโภคให้เกิดความเป็นธรรม
นางกุลนาถ โพธิ์พานิชา เจ้าของปั๊มน้ำมัน No Brand ในอำเภอโพธิ์ทอง เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นปั๊มน้ำมันที่ไม่ได้สังกัดแบรนด์ใหญ่ หรือผู้ประกอบการอิสระที่ต้องเดินทางไปซื้อน้ำมันจากหน้าคลังด้วยตนเอง ทำให้มีต้นทุนสูงกว่าปั๊มน้ำมันรายใหญ่
ทั้งนี้ เมื่อราคาน้ำมันหน้าคลังปรับสูงขึ้น ผู้ประกอบการจะปรับเพิ่มเฉพาะส่วนต่างของค่าขนส่งเท่านั้น โดยไม่ได้ปรับราคาขายเกินความเป็นจริง เนื่องจากปั๊มอิสระส่วนใหญ่มีลูกค้าประจำ หากขึ้นราคามากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง
นางกุลนาถ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมาตรการอุดหนุนของภาครัฐส่วนใหญ่ช่วยเหลือผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีทุนจำกัดอาจไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้และอาจต้องหยุดให้บริการหรือปิดกิจการ หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไป
พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรน้ำมันจากคลังในราคากลาง หรือแบ่งสัดส่วนน้ำมันจากคลังของผู้ให้บริการรายใหญ่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถนำไปจำหน่ายได้ แม้จะมีปริมาณไม่มาก แต่จะช่วยให้ปั๊มน้ำมัน No Brand สามารถจำหน่ายในราคาต้นทุนเดียวกับปั๊มน้ำมันรายใหญ่ที่มีการตรึงราคาอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน No Brand ยืนยันว่าไม่มีการกักตุนน้ำมัน เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันของประชาชนยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยราคาที่แสดงบนป้ายหน้าปั๊มจะเป็นราคาเดียวกับที่หน้าตู้จ่ายน้ำมัน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรับทราบข้อมูลและตัดสินใจเลือกใช้บริการได้อย่างชัดเจน.


