ลำปาง – ไม่ถอดใจ..เอกอัครราชทูตอเมริกัน ประจำประเทศไทย ลุยขึ้นดอยตามเยี่ยมให้กำลังใจทีมสแกนดอยกุลัว (ดอยฝรั่ง) ค้นหาอัฐินักบิน-เครื่องบินรบยุคสงครามมหาเอเชียบูรพา ที่ทหารไทยยิงตกใต้ยุทธการยุทธเวหาลำปาง เมื่อ 82 ปีก่อน
วันนี้ ( 9 มี.ค.69 ) Mr.ฌิน เค.โอนีลล์ เอกอัครราชทูตแห่งสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางโดยเครื่องบินกองทัพสหรัฐอเมริกา c-12 มายังท่าอากาศยานจังหวัดลำปาง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายวิวัฒน์ อินไทยวงศ์ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.ลำปาง น.ส.ดวงพร เกียรติดำรง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต ผู้แทน มทบ.32 ให้การต้อนรับที่ห้องรับรองพิเศษ
และได้หารือเกี่ยวกับภารกิจค้นหาอัฐิของทหารอากาศ สหรัฐอเมริกา ในสงครามมหาเอเชียบูรพา เมื่อปี พ.ศ. 2487 หรือราว 82 ปี คือร้อยโท Henry Francis Minco ที่ได้ขับเครื่องบินรบ P-51 Mustang ซึ่งเป็นฝูงบินคุ้มกันชุด Strafer ถูก เรืออากาศตรี คำรบ เปล่งขำ (ยศขณะนั้น) ซึ่งเป็นผู้ฝูงขับเครื่องบินขับไล่ Ki-27 ของกองทัพอากาศไทยสกัดกั้นและยิง เครื่องบิน P-51 Mustang ตกในยุทธเวหาลำปาง ในพื้นที่ดอยฝรั่ง
ซึ่งเดือน ก.พ. 2567 ทางทีมงานเคยค้นพบชิ้นส่วนเครื่องบินรบ P-51 Mustang ของสหรัฐฯ และได้นำชิ้นส่วนดังกล่าว รวมทั้งเศษวัสดุต่างๆที่ขุดพบส่งไปห้องปฏิบัติการของสำนักงานค้นหาเชลยศึกและผู้สูญหายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (DPAA) DPAA ที่เมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย เพื่อการตรวจพิสูจน์ กระทั่งปลายปีที่ผ่านมาทาง DPAA ได้ประสานมาอีกครั้งว่าการตรวจสอบยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ทั้งหมด สหรัฐอเมริกา (DPAA) จึงขอเข้าตรวจสอบและขุดค้นอีกครั้ง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เป็นต้นมา
หลังจากนั้นคณะได้ออกเดินทางไปยัง บ้านทรายใต้ ม.8 ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง ซึ่งนายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และส่วนที่เกี่ยวข้อง รอประสานงาน-นำคณะเดินเท้าเข้าป่าขึ้นดอยกุลัว (ดอยฝรั่ง) ซึ่งเป็นจุดที่ค้นพบชิ้นส่วนเครื่องบินรบ P-51 Mustang ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกในสงครามมหาเอเชียบูรพา เมื่อปี พ.ศ. 2487 หรือราว 82 ปี ที่ผ่านมา ด้วยระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร
ทางคณะเอกอัคราชทูตแห่งสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจทีมงานค้นหา ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าภารกิจนำทหารกล้ากลับมาตุภูมิจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ เนื่องจากต้องดูที่หลักฐานว่าครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ หากยังไม่ครบถ้วนก็จะยังคงมีการขุดค้นหาต่อไปจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น
เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้ย้ำว่า สหรัฐอเมริกาถือว่าการดำเนินงานครั้งนี้ เป็นภารกิจสำคัญ และเป็นคำมั่นสัญญาต่อครอบครัวของผู้สูญหายซึ่งเป็นทหารกล้าที่ยังคงเฝ้ารอการกลับบ้าน ภารกิจของ DPAA คือการให้ข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุดเกี่ยวกับบุคลากรสหรัฐฯ ที่สูญหายจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีต
โดยปัจจุบันยังมีชาวอเมริกันที่ยังไม่ทราบชะตากรรมมากกว่า 80,000 คนทั่วโลก รวมถึง 4 ราย ที่เชื่อว่าอาจอยู่ในประเทศไทย การปฏิบัติการขุดค้นในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สามในพื้นที่ดังกล่าวในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของสหรัฐอเมริกาในการติดตามหาผู้สูญหายเพื่อพาทุกคนกลับบ้าน


