อุดรธานี - วงจรปิดแฉนาทีระทึก! บรรทุกแดงตีนผีฝ่าไฟแดงขยี้ จยย. สองแม่ลูก พนักงานกวาดวัดโพธิ์สังเวยขาขาด-แม่ยังโคม่า ลูกสาวร้องสื่อหวั่นคดีเงียบคู่กรณีมุดหัว
เปิดคลิปนาทีสลด! รถบรรทุกขนส่งยักษ์ใหญ่ซิ่งนรกฝ่าไฟแดงพุ่งชน จยย.สองแม่ลูกพนักงานทำความสะอาดวัดโพธิ์กลางแยกบ้านเลื่อม ร่างกระเด็นสาหัสทั้งคู่ ล่าสุดพี่ชายต้องจำใจตัดขาซ้ายกลายเป็นคนพิการ ส่วนแม่แขนขาหักนอนรอผ่าตัด ด้านลูกสาวรุดร้องสื่อแฉคู่กรณีสุดอำมหิตชนแล้วไม่ลงมาดู แถมอ้างหน้าตาเฉย “แค่ไฟเหลือง” หวั่นคดีพลิกหลังตำรวจให้รอคนเจ็บหายดีค่อยคุย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีการเผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกบ้านเลื่อม ถนนรอบเมืองบายพาส เขตอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บันทึกวินาทีอุบัติเหตุสุดสยอง เมื่อรถบรรทุกขนส่งสินค้าสีแดงของบริษัทชื่อดังพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของสองแม่ลูกอย่างจังกลางสี่แยกจนบาดเจ็บ
เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น.ของวันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเหยื่อรถบรรทุกแดงตีนผีในครั้งนี้คือ นางอังคณา พาลีวงษ์ อายุ 54 ปี และ นายธนายุทธ สีดาบุตร อายุ 26 ปี ทั้งคู่เป็นพนักงานทำความสะอาดของวัดโพธิ์สมภรณ์ ซึ่งกำลังเดินทางไปทำงานตามปกติ
นางสาวรดีวรรธน์ ประทุมทอง อายุ 22 ปี ลูกสาวของผู้บาดเจ็บเปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า ในจังหวะเกิดเหตุฝั่งพี่ชายซึ่งเป็นคนขับได้รับสัญญาณไฟเขียวจึงเคลื่อนรถออกไป แต่รถบรรทุกคู่กรณีกลับซิ่งฝ่าไฟแดงมาด้วยความเร็วสูงชนเข้าอย่างจังโดยไม่มีการเบรกแม้แต่นิดเดียว
คนในเหตุการณ์เล่าว่า หลังชนแล้วคนขับทั้งชายและหญิงไม่ยอมลงมาดูคนเจ็บทันที จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาถึงจึงยอมลงมา และยังเดินพูดไปทั่วอ้างว่าตัวเองเพิ่งจะไฟเหลือง ทั้งที่วงจรปิดมัดตัวชัดเจนว่าฝั่งเราไฟเขียวแล้ว” ลูกสาวผู้บาดเจ็บระบุ
สำหรับอาการล่าสุดถือว่าน่าเวทนาอย่างยิ่ง โดยนายธนายุทธ (พี่ชาย) ซึ่งเป็นเสาหลักเลี้ยงดูครอบครัว อาการวิกฤตจนแพทย์ต้องตัดสินใจ “ตัดขาข้างซ้าย” ทิ้ง ทำให้ต้องกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต ส่วนนางอังคณา (แม่) ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกแขนและขาข้างซ้ายหักหลายท่อน ยังคงนอนพักรักษาตัวเพื่อรอการผ่าตัดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวมีความกังวลอย่างหนักในด้านคดีความ เนื่องจากหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนให้เพียงใบอะไรไม่รู้เพื่อนำไปยื่นโรงพยาบาล และแจ้งว่าให้รอจนกว่าผู้บาดเจ็บจะหายดีจึงจะนัดคู่กรณีมาเจรจา ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางฝั่งรถบรรทุกคู่กรณียังคงนิ่งเฉย ไม่มีการติดต่อมาแสดงความรับผิดชอบหรือเยียวยาใดๆ
นางสาวรดีวรรธน์เล่าต่อว่า “หนูไม่รู้ว่าพี่ชายกับแม่จะหายดีตอนไหน เพราะพี่หนูเสียขาไปแล้ว ครอบครัวเราลำบากมาก รายได้หลักมาจากพี่และแม่ที่ขยันทำงานกวาดวัดทุกวัน หนูตัดสินใจนำคลิปมาร้องสื่อเพราะกลัวเรื่องจะเงียบหาย และอยากได้รับความเป็นธรรมจากสิ่งที่เกิดขึ้น” ลูกสาวกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำตา


