เลย - รองผู้ว่าฯ เลยผนึกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรุดช่วยเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ครอบครัวกลุ่มเปราะบาง พบพ่อติดคุก แม่ป่วยจิตเวช เผยชีวิตสุดรันทดต้องอยู่กับปู่ที่ไร้ความมั่นคง บางคืนต้องไปนอนบนต้นไม้เพื่อความปลอดภัย เล็งส่งเข้าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 ตัดวงจรเสี่ยง สร้างอนาคตที่ดีให้แก่เด็ก
จากกรณีปัญหาครอบครัวกลุ่มเปราะบางเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ในพื้นที่ตำบลนาแขม อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ซึ่งประสบปัญหาความเดือดร้อน พ่อต้องโทษจำคุก ส่วนแม่มีอาการป่วยทางจิตเวช ทำให้เด็กคนนี้ต้องอาศัยอยู่กับปู่เพียงลำพัง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เสี่ยงต่อปัญหายาเสพติดและขาดโอกาสทางการศึกษา
ล่าสุดนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย มอบหมายให้นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นำทีมคณะครูจากโรงเรียนบ้านห้วยทรายและคณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เลย เขต 1 ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและตรวจสอบความเป็นอยู่ของครอบครัวดังกล่าว พร้อมวางแผนส่งตัวเข้าเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ เพื่อเปลี่ยนอนาคตเด็กหญิงให้สดใสกว่าเดิม
ก่อนนี้นายประยูรได้เป็นประธานเปิดโครงการ อพม.ร่วมใจ พากลุ่มเปราะบางรีสตาร์ทชีวิตเข้าถึงสิทธิ และได้รับแจ้งเบาะแสจากภาคีเครือข่ายถึงความเดือดร้อนของเด็กนักเรียนรายนี้ จึงเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบทันที
นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่า สภาพความเป็นอยู่ของเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) วัย 7 ขวบ ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก มีนายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 56 ปี ผู้เป็นปู่ เป็นผู้ดูแลหลักเพียงลำพัง ด้วยอาชีพรับจ้างทั่วไปและตัดอ้อย หาของป่า เผาถ่าน บางครั้งต้องไปค้างคืนในป่ากับปู่ 2 คน รายได้ไม่แน่นอน สภาพที่พักอาศัยทรุดโทรม ขาดความปลอดภัย
ที่น่าเป็นห่วงบางครั้งต้องย้ายไปพักอาศัยอยู่บนต้นไม้เพื่อหนีสภาพอันตราย ทั้งการกินอยู่อัตคัด ขาดสารอาหาร โดยมักมีเพียงข้าว กับไข่เจียวหรือแจ่วเท่านั้น ขณะที่ตัวเด็กมีร่างกายซูบผอม เสื้อผ้าและชุดนักเรียนขาดความสะอาดสะอ้าน
ที่ผ่านมาปู่มักจะพาหลานสาวไปทำงานด้วยตลอดทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ป่า ทำให้เด็กขาดโอกาสเข้าเรียนต่อเนื่อง จนกระทั่งคณะครูและผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทรายต้องลงพื้นที่ไปติดตามและเกลี้ยกล่อมให้เด็กกลับมาเข้าเรียน
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลยได้สั่งการ เร่งทำบัตรประชาชนและประสานงานส่งเรียนโรงเรียนประจำเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีแผนดำเนินการ เร่งรัดสิทธิ ได้นัดหมายครูและผู้ปกครองพาเด็กไปทำบัตรประจำตัวประชาชน ณ สำนักทะเบียนอำเภอเมืองเลย เพื่อใช้เป็นเอกสารสำคัญในการศึกษาต่อ ประสานส่งเข้าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 เพื่อตัดวงจรความเสี่ยงด้านต่างๆ เช่นยาเสพติด และปัญหาอื่นๆ และสร้างอนาคตของเด็ก
โดยวางแผนส่งตัวเด็กเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 อำเภอวังสะพุง ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เน้นการดูแลเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับทั้งการศึกษา การพัฒนาทักษะชีวิต และความปลอดภัย และดูแลต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง พมจ.เลย และท้องถิ่น ในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและสงเคราะห์สวัสดิการ ให้ครอบครัวสามารถดำเนินชีวิตได้ในสังคม
นายประยูร อรัญรุท กล่าวทิ้งท้ายว่าจังหวัดเลยให้ความสำคัญสูงสุดต่อการดูแลกลุ่มเปราะบาง เรายึดถือหลักการทำงานเชิงรุก ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การลงพื้นที่จริงทำให้เราเห็นปัญหาที่แท้จริง และเราจะช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตรงจุดเพื่อให้เด็กคนนี้เติบโตไปมีอนาคตที่ดี พึ่งพาตนเองได้


