xs
xsm
sm
md
lg

3 อุทยานฯ เมืองกาญจน์ ระดม “เสือไฟ” ผนึกชาวบ้าน ฝ่าเขาสูง 24 ชม. ทำแนวกันไฟกว่า 7 กม. สกัดฮอตสปอต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาญจนบุรี – 3 อุทยานแห่งชาติในพื้นที่ป่าตะวันตก ผนึกกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ “เสือไฟ” และเครือข่ายชาวบ้าน ลุยทำแนวกันไฟกลางภูเขาสูงชันต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ระยะทางรวมกว่า 7 กิโลเมตร ควบคุมสถานการณ์ไฟป่าได้หลายจุด ขณะสภาลมหายใจกาญจนบุรีวอนประชาชนร่วมสนับสนุนอุปกรณ์ช่วยเจ้าหน้าที่

วันนี้( 4 มี.ค.) นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (War Room) จังหวัดกาญจนบุรี ได้รายงานผลการปฏิบัติงานเชิงรุกตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เน้นการทำงานแบบบูรณาการไร้รอยต่อ เพื่อปกป้องผืนป่าตะวันตกอย่างเต็มกำลัง

ด้านนายพีร พวงมาลี หัวหน้าศูนย์ฯ อุทยานแห่งชาติไทรโยค อ.ไทรโยค รายงานว่า ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) จำนวน 7 จุด เป็นไฟต่อเนื่องจากวันที่ 2–3 มีนาคม เจ้าหน้าที่จึงใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือโดรน บินสำรวจทิศทางลมและหัวไฟ เพื่อชี้พิกัดอย่างแม่นยำให้กำลังภาคพื้นดิน 20 นาย ซึ่งเป็นการสนธิกำลังระหว่างหน่วยพิทักษ์ฯ ทย.2 (ดาวดึงส์) สถานีควบคุมไฟป่า และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านดาวดึงส์ ร่วมกันทำแนวกันไฟระยะทางกว่า 7.5 กิโลเมตร จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เมื่อเวลา 16.00 น.

ขณะที่นายคุณากร บุญเกื้อสง หัวหน้า อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ เปิดเผยว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยพิทักษ์ป่า และชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า “เสือไฟกาญจนบุรี” และ “เสือไฟชุมพร” รวมกว่า 50 นาย เข้าสกัดไฟใน 4 จุดหลัก แม้ต้องเผชิญลมแรง ภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ได้ปรับกลยุทธ์ ใช้วิทยุสื่อสารเป็นหลัก พร้อมเร่งทำแนวกันไฟเพื่อหยุดการลุกลาม

ส่วน อุทยานแห่งชาติลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ นายอรรคนิตย์ กลางประพันธ์ หัวหน้าอุทยานฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนและชุดผลักดันช้างป่า 21 นาย เข้าควบคุมพื้นที่ป่าหนองแดง บ้านภูเตย อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความชำนาญพื้นที่ทำแนวกันไฟ ป้องกันการลุกลามเข้าสู่ชุมชน

การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ไม่เพียงปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังทำงานใกล้ชิดกับเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อลดผลกระทบจากหมอกควันอย่างยั่งยืน โดยยังคงปักหลักเฝ้าระวังทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ

ด้านนายวสันต์ สุนจิรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกาญจนบุรี กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แม้เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 กับปี 2569 จะพบว่าสถานการณ์ปีนี้ดีขึ้นกว่าเดิมก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ชุดเสือไฟ และจิตอาสา ยังต้องทำงานหนัก โดยเฉพาะจุดความร้อนบนภูเขาสูงชัน

จึงขอเชิญชวนประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็น เช่น หน้ากากป้องกันฝุ่น อาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญ และเวชภัณฑ์ เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติภารกิจเฝ้าระวังและดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง.