ฉะเชิงเทรา - อดีตนักวิจัยธรณีโครงสร้าง แนะรัฐเร่งสำรวจปิโตรเลียมแอ่งตะกอนโครงสร้างยุค “มีโซโซอิก” ใต้ผืนแผ่นดินไทย แก้วิกฤตพลังงานจากปัญหาไฟสงครามตะวันออกกลาง
วันนี้ ( 4 มี.ค.) นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ อดีตนักวิจัยธรณีวิทยาโครงสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับภาวะแตกตื่นเรื่องสถานการณ์น้ำมันของไทยจากปัญหาการสู้รบในตะวันออกกลาง ที่อาจส่งผลต่อปริมาณน้ำมันและราคาน้ำมันทั่วโลกที่จะพุ่งสูงขึ้น และยังทำให้ประชาชนในหลายจังหวัดทั่วประเทศ แห่นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่อคิวเติมน้ำมันจนแน่นทุกปั๊ม ว่าในวันนี้ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะรัฐบาล จะต้องเร่งสำรวจหาแหล่งน้ำมันในไทยอย่างจริงจัง
หลังมีข้อมูลที่ไม่ใช่แต่เฉพาะเพียงตนเองที่เคยทำงานด้านการวิจัยธรณีโครงสร้างมากว่า 8 ปี เกี่ยวกับการศึกษาข้อจำกัดทางธรณีวิทยาโครงสร้างของการสำรวจก๊าซในพื้นที่ภาคอีสาน และการศึกษาธรณีวิทยาโครงสร้างพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีการค้นพบโครงสร้างแอ่งตะกอนชั้นหินมีโซโซอิก ที่มีอายุในช่วง 100 - 200 ล้านปี
และยังเป็นแอ่งชั้นหินตะกอนรูปแบบที่ให้ปริมาณปิโตรเลียมมากและมีศักยภาพสูง เช่นเดียวกับที่พบในประเทศเวเนซุเอลาและไนจีเรีย โดยกลุ่มจังหวัดที่พบร่องรอยแอ่งชั้นหินตะกอนอยู่ในแถบ จ.พิษณุโลก ,พิจิตร ,เพชรบูรณ์ ,นครสวรรค์ และลพบุรี
“ จากหลักฐานทางธรณีวิทยาโครงสร้างที่เราค้นพบว่ามีโครงสร้างของแอ่งตะกอนที่เป็นแอ่งตะกอนอยู่ในยุคมีโซโซอิกอยู่จริง ด้วยข้อมูลธรณีฟิสิกส์ที่เป็นความเข้มสนามแม่เหล็กที่บ่งชี้ว่า แอ่งตะก่อนนี้มีโอกาสที่จะเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ประมาณ 6 ล้านไร่ให้กับประเทศไทยได้ ซึ่งการสำรวจธรณีโครงสร้างถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการสำรวจทรัพยากรใต้ดิน แต่ในประเทศไทยยังสำรวจทางธรณีวิทยาไม่ครบทุกโครงสร้าง และที่ผ่านมามีการยึดติดอยู่กับการสำรวจปิโตรเลียมแค่เพียง 2 ยุคโครงสร้างเท่านั้น"
อดีตนักวิจัยธรณีวิทยา ยังเผยอีกว่าโครงสร้างหลักในการสำรวจปิโตรเลียมเป็นแอ่งซีโซโซอิกในพื้นที่ภาคกลางและทะเลอ่าวไทย และโครงสร้างรองคือในแอ่งพาลีโอโซอิกในพื้นที่ภาคอีสาน แต่ในทางวิชาการประเทศไทย ยังอาจมีแอ่งตะกอนอีก 1 ยุคโครงสร้างที่ซ่อนตัวอยู่และยังไม่เคยถูกสำรวจอย่างจริงจัง คือ แอ่งตะกอนยุคมีโซโซอิก
เนื่องจากมีหลักฐานการขุดเจาะพบน้ำมันดิบในชั้นหินยุคนี้ใต้แอ่งซีโนโซอิกมาแล้ว ทั้งในอ่าวไทยและพื้นที่ภาคกลางของไทยแต่การสำรวจกลับไม่ได้เดินหน้า เพื่อตามหาโครงสร้างหลักของแอ่งมีโซโซอิก ทั้งที่พบว่ามีหลักฐานสำคัญแล้วว่ามีการค้นพบปิโตรเลียมจริง ในขณะที่หลักฐานทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจยังชี้ว่า แอ่งมีโซโซอิกอาจเป็นแหล่งปิโตรเลียมรูปแบบขนาดใหญ่ เพราะเป็นยุคที่ทั่วโลกสำรวจพบแหล่งปิโตรเลียมแหล่งใหญ่จำนวนมาก
“ คำถามคือ เราสำรวจครบทุกโครงสร้างแล้วหรือยัง และเรายังจะปล่อยให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าพลังงาน ที่อาจเกิดจากความไม่รู้ของเราอยู่หรือไม่ หากประเทศเราหันกลับมาใช้หลักในทางธรณีวิทยาโครงสร้างอย่างเป็นระบบในการสำรวจ เช่นเดียวกันกับที่ในหลายประเทศทั่วโลกที่มีการสำรวจแล้วค้นพบแหล่งปิโตรเลียม หรือแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ในอดีต เราก็อาจมีโอกาสค้นพบแหล่งทรัพยากรที่มีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องในทางวิชาการ แต่เป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายของประชาชน ค่าน้ำมัน ค่าพลังงาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว” นายอารักษ์ กล่าว


