xs
xsm
sm
md
lg

ไม่รอดมือยิงถล่มรถ ตร.ทางหลวงกลางเมืองแปดริ้วถูกปิดล้อมนาน 10 ชม.สุดท้ายยอมจำนนอ้างถูกยิงปืนใส่ก่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฉะเชิงเทรา-ไม่รอด!! มือยิงถล่มรถตำรวจทางหลวงกลางเมืองแปดริ้ว ขับหนีเตลิดจนมุมในคันคูขอบบ่อปลา ก่อนทิ้งรถหน้าสถานีรถไฟวิ่งหนีจนถูกปิดล้อมนาน 10 ชั่วโมง สุดท้ายทนหิวไม่ไหวยอมจำนนพร้อมอาวุธปืนสงครามที่ซื้อมาจากเขมร อ้างถูกตำรวจจ่อปืนใส่ก่อน ไม่มีเรื่องยาเสพติดแต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ตั้งข้อหาพยายาฆ่า จนท.ขณะปฏิบัติหน้าที่

จากกรณีที่ ตำรวจทางหลวง ขับรถไล่ล่ารถยนต์ อีซูซุ MU-X สีขาว บนถนนมหาจักพรรดิ์ กลางตัวเมืองฉะเชิงเทรา บริเวณทางลงต่างระดับโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา จนถูกยิงถล่มทำกระสุนถูกรถยนต์ชาวบ้านได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย สุดท้ายพบรถคันก่อเหตุถูกจอดทิ้งบริเวณสถานีรถไฟบางพระ

ขณะที่ตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยประกอบด้วย สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ,หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และชุดปฏิบัติการไล่ล่าจาก ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. (ตร.ทางหลวงฉะเชิงเทรา)เข้าปิดล้อมจับกุม เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 23.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ บัวธารา สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัว นายเปรมณุพงศ์ พนมสิงห์ อายุ 36 ปี ชาว อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงคราม AK47 (อาก้า) กราดยิงกลางเมืองได้ในพื้นที่ ม.1 ต.วังตะเคียน อ.เมืองฉะเชิงเทรา พร้อมรถยนต์ SUV ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น MU-7 สีขาว หมายทะเบียน จพ-9131 ชลบุรี พรอมอาวุธปืนสงครามลักษณะถอดส่วนฐานออกเหลือแต่เพียงลำตัวปืนจำนวน 1 กระบอก และขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวไปค้นหาอาวุธปืนที่ถูกทิ้งไว้

การจับกุมดังกล่าวเป็นผลจากการที่มีประชาชนได้แจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมนำอาวุธปืนออกมาโชว์ขณะขับรถบนท้องถนน พร้อมระบุพิกัดว่ารถคันดังมาได้จอดอยู่ที่บริเวณด้านหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และยังคงมีพฤติกรรมนำอาวุธปืนออกมาโชว์และข่มขู่ประชาชนที่พบเห็น


กระทั่ง ด.ต.อนุสรณ์ เอ็งฟิวศรี และ ดต.เฉลิมพล เฉลิมชัยวิณิชกุล เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้เข้าตรวจสอบและพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้ขับไปใกล้บริเวณโรงเบียร์แห่งหนึ่งย่านปากซอยถนนประชาสรรค์ ต.หน้าเมือง จึงเรียกให้หยุด แต่ผู้ต้องหากลับขับรถหลบหนี จึงเป็นที่มาของการขับรถไล่ติดตามจนถึงบริเวณทางคู่ขนานต่างระดับโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ฉะเชิงเทรา

แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีรถติดสะสม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงเรียกให้หยุดรถอีกครั้ง แต่ผู้ก่อเหตุกลับใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่รถเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จนกระทั่งกระสุนแฉลบผ่านศรีษะของ ดต.อนุสรณ์ กระสุนถูกหลังใบหูขวาฝังในได้รับบาดเจ็บ แต่ยังรู้สึกตัวดีและสามารถใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับผู้ก่อเหตุได้

ส่วนผู้ก่อเหตุได้พยายามขับรถหลบหนีและยังได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถของเจ้าหน้าที่ จนกระสุนทะลุเข้ากระจกรถตำรวจทางหลวงซึ่งเป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีเลือดหมูแถบบานประตูสีเหลืองทะเบียน 7กด-5013 กทม. รหัสประจำรถ 3108 จนกระสุนทะลุกระจกหลัง 1 นัด กลางกระจกบานหน้า 1 นัด ซุ้มล้อหน้าด้านซ้าย 1 นัดจนยางแบนเสียหาย และยังมีรถยนต์ของชาวบ้านรับได้รับความเสียหายอีก 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวม 3 ราย


กระทั่งเวลา 02.00 น.วันนี้ ( 3 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้นำตัว นายเปรมณุพงศ์ มาส่งให้แก่ทางพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังนำตัวไปทำการสืบสวนหาข้อมูลตามขั้นตอนและบันทึกผลการจับกุมพร้อมตั้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่

แต่ในเบื้องต้น นายเปรมณุพงศ์ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ อ้างว่าไม่ได้นำอาวุธปืนออกมาโชว์หรือข่มขู่ผู้คนที่ขับรถบนท้องถนนตามที่ปรากฎเป็นข่าว แต่สาเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะถูกตำรวจใช้อาวุธปืนจ่อหน้าและจะยิงเข้าใส่ก่อน อ้างไม่มีการเสพยาเสพติด โดยอาวุธปืนสงครามที่มีซื้อมาจากประเทศกัมพูชา โดยยืนยันว่าไม่มีเรื่องของการเสพยา แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อและจะนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายต่อไป

นายเปรมณุพงศ์ ยังฝากขอโทษประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังอ้างอีกว่าไม่ตั้งใจที่จะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ โดยมีภรรยาและแม่ มาคอยให้กำลังใจอยู่ภายใน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา


ผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ พบมีรถยนต์ถูกยิงเสียหายรวม 3 คัน จยย. 1 คัน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าได้มีผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวยิงถล่มใส่รถตำรวจทางหลวงฉะเชิงเทรา ทยอยเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่อง โดยนายฐพัชธ์ แก้วมณี อายุ 42 ปี เผยว่ารถยนต์ไฟฟ้าของตนเองยี่ห้อออร่ากู๊ดแคทคันสีฟ้า ทะเบียน กว-835 ฉะเชิงเทรา ถูกลูกหลงจากอาวุธปืนในขณะเกิดเหตุจนได้รับความเสียหาย กระสุนปืนเจาะเข้าที่บริเวณล้อหลังด้านขวาจนลมยางอ่อนล้อแบนลง 

ซึ่งระหว่างเกิดเหตุกำลังจะไปรับแฟนสาวกลับจากที่ทำงานจากร้านขายเบเกอรี่ย่านถนนเอมอรอุทิศ1 และกำลังจะนำรถยนต์เข้าไปล้างยังร้านคาร์แคร์ และมีสัญญาณแจ้งเตือนที่จอหน้าปัดภายในรถด้วยว่าลมยางอ่อน
จึงรู้ว่ารถยนต์ของตนเองได้รับความเสียหาย จึงเข้าแจ้งความตำรวจ