เชียงใหม่ - ป.ป.ส.เปิดยุทธการตัดเนื้อร้ายครั้งที่ 2 ขยายผลจากกระบะขนไอซ์พันกว่ากิโลฯ ชายแดนเชียงราย พบมือถือในรถโยงถึง "เสี่ยจิว" หัวหน้าแก๊งยาเสพติดรายใหญ่ ก่อนพบพฤติกรรมปลอมเป็นรถบรรทุกทหารขนไอซ์ล็อตมหึมา มีลูกน้องเป็นทหารเก่าถูกไล่ออกแล้วและนายทหารยศร้อยโทในราชการกรมรบพิเศษทำหน้าที่ขนลำเลียง ลามถึงระดับพันโทสังกัดสำนักปลัดกลาโหมเป็นนอมินีเก็บทรัพย์สินให้ ป.ป.ส.ร่วมตำรวจตามจับเกือบยกแก๊งเหลือเสี่ยจิวยังหลบหนี
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม ได้นำเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการ "ยุทธการตัดเนื้อร้าย" ครั้งที่ 2 โดยสามารถจับกุมตัวนายทหารที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดได้จำนวน 2 นาย มียศระดับพันโทสังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมเกี่ยวข้องการฟอกเงินจำนวน 1 นาย และมียศระดับร้อยโทสังกัดหน่วยรบพิเศษ ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย ภายใต้เครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติของ “เสี่ยจิว” อดีตนักโทษที่แอบอ้างเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
การจับกุมดำเนินคดีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจากคดีเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2567 โดยเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ได้สกัดรถยนต์กระบะพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้จำนวน 1 คัน ที่ขนไอซ์ล็อตใหญ่จำนวน 44 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 1,418 กิโลกรัม ภายในรถยังพบโทรศัพท์มือถือทำให้เจ้าหน้าที่ได้นำไปตรวจสอบข้อมูลการใช้แอปพลิเคชันไลน์โดยดูการติดต่อสื่อสารหรือแชตไลน์ จนทราบว่าผู้สั่งการในการขนยาเสพติดคือนายชุติธัญญ์ หรือเสี่ยจิว เป็นชาวชาติพันธุ์ที่เคยถูกจับกุมในคดีเฮโรอีนมาแล้วเมื่อปี 2549
หลังพ้นโทษเสี่ยจิวได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลรวมทั้งแอบอ้างเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ จากนั้นกลับมาพัวพันกับการค้ายาเสพติดข้ามชาติเหมือนเดิม โดยได้ขนลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือไปส่งที่ภาคใต้เพื่อจะขนส่งต่อไปยังประเทศที่สาม กระทั่งวันที่ 8 มี.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ได้สะกดรอยรถบรรทุก 6 ล้อติดป้ายทะเบียนปลอมเป็นรถยนต์ทหารและมีการยิงปะทะกันในพื้นที่ ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง เมื่อตรวจในถังน้ำมันที่ขนมามีไอซ์อีกกว่า 1,400 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 7 ราย โดย 3 ใน 7 รายเป็นอดีตทหารที่เคยถูกไล่ออกจากราชการเพราะคดียาเสพติด แต่หลังออกจากราชการยังผันตัวมารับจ้างเป็นกองกำลังคุ้มกันและขนลำเลียงยาเสพติดให้เครือข่ายนี้อยู่
หลังจากตรวจสอบหลักฐานและสอบพยานจนมัดแน่นแล้ว ในวันที่ 12 ก.พ. 2569 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.จึงร่วมกับตำรวจภูธรภาค (ภ.) 5 ปูพรมตรวจค้น 8 จุดเป้าหมายในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.นนทบุรี และกรุงเทพฯ จนสามารถจับกุมตัว น.ส.สิรินดา ภรรยาของเสี่ยจิว นายศิวสรรค์ ผู้จัดหายานพาหนะ และร้อยโท โชคชัย ทหารในราชการสังกัดกรมรบพิเศษที่ทำหน้าที่เป็นทีมขนลำเลียงยาเสพติด พร้อมอายัดทรัพย์สินกว่า 47 รายการ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ เงินฝากในบัญชี รถยนต์ อาวุธปืน ทองรูปพรรณ และเงินสด มูลค่ารวมสูงกว่า 122 ล้านบาท
จากนั้นพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลในเครือข่าย จนพบว่าเชื่อมโยงไปถึงนายทหารยศพันโทพร้อมด้วยภรรยาและเครือญาติฝั่งภรรยา โดยปรากฏหลักฐานการรับโอนเงินจำนวนหลายล้านบาทจากเครือข่ายของเสี่ยจิว นอกจากนี้พบหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่าเครือญาติฝั่งภรรยาของนายทหารยศพันโทมีพฤติการณ์เป็นนอมินีถือครองทรัพย์สินมูลค่าสูงแทนเสี่ยจิวและภรรยาจำนวนหลายรายการ
คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอศาล จ.เชียงราย ให้ออกหมายจับนายทหารยศพันโท พร้อมภรรยาในข้อหา "สมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ" จากนั้นได้เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมาและสามารถจับพันโท ปัณณ์ สังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมภรรยาได้ที่ริมถนนซอยแจ้งวัฒนะ 25 กรุงเทพฯ
พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า แม้ขณะนี้ตัวการใหญ่อย่างเสี่ยจิวยังอยู่ระหว่างการหลบหนี แต่การกวาดล้างจนสามารถจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 2 รายดังกล่าวถือเป็นการเด็ดปีกและตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติได้
พ.ต.ต.สุริยากล่าวอีกว่า จากข้อมูลการข่าวพบว่าเมื่อปี 2562 สำนักงาน ป.ป.ส.ได้รับแจ้งจากหน่วยงานพิทักษ์ชายฝั่งไต้หวันว่าเสี่ยจิวมีความเกี่ยวข้องกับคดีที่คนไทยและคนไต้หวันร่วมกันลักลอบนำเฮโรอีนเข้าไปจำหน่ายในไต้หวันจำนวน 29 กิโลกรัม รวมทั้งยังปรากฏข่าวสารจากหน่วยข่าวกรองกองทัพบก พบว่าเกี่ยวข้องกับคดีลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางทะเลเพื่อส่งไปประเทศที่สามอีกด้วย
"สำหรับยุทธการตัดเนื้อร้ายเป็นการกวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด มุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชน ขอยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดอย่างถึงที่สุด โดยไม่ละเว้นว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใคร หรือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับใด จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด”พ.ต.ต.สุริยากล่าวในที่สุด


