xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)หนีตายวุ่น! เผยคลิปแรงงานไทยในอิสราเอลวิ่งหลบลูกระเบิดเข้าบังเกอร์ ทั้งขณะอาบน้ำนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - เผยคลิปแรงงานไทยในอิสราเอลวิ่งหนีตายลูกระเบิดเข้าบังเกอร์ ทั้งขณะอาบน้ำสระผมนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว บางรายยังไม่ทันกินข้าวคว้าได้ขนมปังแผ่นเดียว ไม่เว้นแม้แต่หมายังหนีตาย อีกรายมาทำงานใหม่ได้ 1 เดือนต้องร้องไห้ท่ามกลางสายฝน ทั้งหนาวทั้งลมแถมมาเจอสงคราม ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน อยากกลับบ้าน



วันนี้ (2 มีนาคม 2569) นี่คือคลิปภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Top israel channel” หนึ่งในแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลที่โพสต์ภาพเพื่อนแรงงานที่กำลังวิ่งหนีตายหลบลูกระเบิดเข้าบังเกอร์ หลังจากมีเสียงไซเรนดังลั่นจากสงครามสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยระบุข้อความว่า “อาบน้ำบ่ทันแล้ว ต้องวิ่งก่อน” เพราะระเบิดกำลังมา ทุกคนต้องรีบวิ่งเข้าที่หลบภัยก่อน ทั้งที่บางคนกำลังอาบน้ำ สระผม แต่ก็ต้องรีบสวมผ้าเช็ดตัวผืนเดียว วิ่งออกมาหลบในบังเกอร์ด้วยความทุลักทุเล


ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายชื่อ “เอ็ม พรคุณยาย” โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “เอากูอีกแล้ว ....มาไวแท้ กูย่านแล้ว” ซึ่งเป็นภาพความโกลาหลท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนให้รีบหลบภัย ระเบิดมาอีกแล้ว แรงงานทุกคนต้องรีบวิ่งออกจากอาคารโรงงานไปเข้าบังเกอร์


ส่วนผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “พิทูรย์ ผลเจริญ” บอกว่า “คนก็ย่าน หมาก็ย่าน แล่นสวนกันทวนทวนทาน” เป็นภาพขณะผู้โพสต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงงานไทยที่ไปทำงานไซต์งานก่อสร้างในอิสราเอล กำลังวิ่งออกจากอาคารเข้าไปหลบในบังเกิร์ จะกินข้าวก็ไม่ได้กิน กินแต่ขนมปัง กลัวเหมือนกัน เข้าบังเกอร์ก่อน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายชื่อ “Saneh Srinual” โพสต์ว่า “วิ่งๆ” เป็นภาพขณะผู้โพสต์และเพื่อนแรงงานในไซต์ก่อสร้างต้องวิ่งหาที่กำบังหลบภัยจากลูกระเบิดที่ไม่รู้ว่าจะโดนเมื่อไหร่


ส่วนอีกรายชื่อ “เหินฟ้า พาเบิ่ง” โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “010126 ร้องไห้กลางสายฝน #แรงงานไทยในอิสราเอล เป็นแรงงาน TIC รุ่นที่ 18 เดินทางมาทำงานได้ 1 เดือน ทั้งหนาว ตากฝน ตากลม มันมาไกลขนาดนี้ แล้วยังมาเจอสงครามอีก ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน อยากกลับบ้าน”

คลิปภาพเหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงสดๆ ร้อนๆ ในประเทศอิสราเอล ที่บรรดาแรงงานได้โพสต์สื่อสารแจ้งข่าวสถานการณ์มาให้ครอบครัวและพี่น้องคนไทยได้ทราบ ซึ่งทุกคนต่างรู้สึกวิตกกังวลและอยากกลับบ้านโดยเร็ว แต่หลายคนก็ต้องทนทำงานต่อทั้งๆ ที่รู้ว่าเสี่ยงอย่างมาก เพื่อจะได้มีเงินส่งกลับมาดูแลครอบครัวที่รออยู่เบื้องหลัง