อุดรธานี - ประธาน หอการค้าจังหวัดอุดรธานี สะท้อนความคาดหวังรัฐบาลใหม่ เร่งแก้ปัญหาปากท้อง–ค่าครองชีพ ควบคู่ยกระดับเศรษฐกิจระยะยาว หนุนรัฐมนตรีคนพื้นที่ผลักดันนโยบายตอบโจทย์ภูมิภาค
นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร กัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยถึงมุมมองและความคาดหวังของภาคเอกชนใน จังหวัดอุดรธานี ต่อรัฐบาลชุดใหม่ว่า ประเด็นสำคัญเร่งด่วนยังคงเป็นการดูแลปัญหาปากท้องประชาชนและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมกับการวางรากฐานเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง มีเสถียรภาพ และแข่งขันได้ในระยะยาว
ประธานหอการค้าฯ ระบุว่า จังหวัดอุดรธานีมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) มากกว่า 120,000 ล้านบาทต่อปี มีประชากรกว่า 1.5 ล้านคน และมีผู้ประกอบการจดทะเบียนจำนวนมาก ครอบคลุมภาคการค้า การบริการ การเกษตร และอุตสาหกรรม ส่งผลให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ในด้านการท่องเที่ยว จังหวัดอุดรธานีมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่มากกว่า 3 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้หมุนเวียนหลายพันล้านบาท ขณะที่ ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี มีผู้โดยสารใช้บริการปีละกว่า 2 ล้านคน สะท้อนศักยภาพด้านคมนาคมและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
“รัฐบาลควรเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจที่มีความต่อเนื่องและเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันควรออกมาตรการใหม่ที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการทุกระดับ ทั้งการเข้าถึงแหล่งทุน การลดต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ การพัฒนาทักษะแรงงาน รวมถึงการขยายตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ประชาชน” นายกัณฑ์พงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังมองว่า จังหวัดอุดรธานีมีศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการค้าชายแดน สามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หากได้รับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม จะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าและกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ
นายกัณฑ์พงศ์ ยังเสนอว่า การมีบุคคลที่เป็นคนอุดรธานีเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จะช่วยสะท้อนศักยภาพและความต้องการของพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด และสามารถผลักดันโครงการสำคัญในระดับนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมการจัดงานพืชสวนโลกอุดรธานี ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศหลายล้านคน และสร้างเม็ดเงินจำนวนมากเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างรายได้ให้ประชาชน พร้อมวางรากฐานเศรษฐกิจจังหวัดให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต


