เชียงราย - สบโอกาสยื่นรอ “อนุทิน-รัฐบาลใหม่”..เครือข่ายปกป้องแม่น้ำฯ ยื่นนายกฯ แก้ปัญหาสารโลหะหนักจากเหมืองแร่ทุนจีนในเมียนมาปนเปื้อน “น้ำกก สาย รวก โขง”ด่วน ชูเจรจา 3 ฝ่ายไทย-จีน-เมียนมา ตรวจไร่กระเทียม-นาปรังแสนไร่ จัดงบหาแหล่งน้ำดิบผลิตประปาใหม่ให้คนเชียงใหม่-เชียงราย ตลอดลุ่มน้ำ
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.รักษ์ดาว พริทชาร์ด และ ดร.สืบสกุล กิจนุกร ผู้แทนจากเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้ยื่นหนังสือผ่านนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันและคาดว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนถัดไปค่อนข้างแน่ เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาแม่น้ำสายต่างๆ ดังกล่าวปนเปื้อนสารโลหะหนักจากเมืองแร่จีนในเขตรัฐฉาน เมียนมา
หนังสือมีเนื้อหาว่าโลหะหนักหลายชนิด ทั้งสารหนู ตะกั่ว ปรอท โครเมียม แบเรียม แมงกานีส ทองแดง นิกเกิล ฯลฯ ที่ไหลมากับแม่น้ำสายต่างๆ ปนเปื้อนทั้งในน้ำ ตะกอนดิน ผลผลิตการเกษตร (พืชผักและข้าว) ปลา และน้ำประปา ส่งผลให้ประชาชนตลอดทั้งลุ่มน้ำใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ ตกอยู่ในภาวะเสี่ยง และท้ายที่สุดจะทำให้เจ็บป่วยจากสารโลหะหนัก แม้ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐได้มีการเฝ้าระวังตรวจสอบระดับความเข้มข้นของสารเคมีอยู่สม่ำเสมอ แต่ยังขาดเอกภาพ มีปัญหาสื่อสารกับประชาชน มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและเครื่องมือ
ก่อนหน้านี้นายสุชาติ ชมกลิ่น รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคยลงพื้นที่ และรับปากดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่เนื่องจากมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรไปก่อนทำให้การแก้ไขปัญหาหยุดชะงัก ขณะที่การพูดคุยกับเมียนมาที่เป็นต้นทางของมลพิษไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
ดังนั้นเครือข่ายฯ จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เพื่อรับทราบปัญหา-ร่วมหาทางออก รวมทั้งไทยต้องยุติการนำเข้าผ่านแดนแร่จากเมียนมาไปยังประเทศจีน เพราะไทยเป็นผู้นำเข้าแร่สำคัญและส่งไปจีน จากนั้นมีการตรวจสอบย้อนหลังถึงผลกระทบจากแร่ที่เคยผ่านแดนด้วย นอกจากนี้ควรเปิดการเจรจากับรัฐบาลเมียนมาและจีนอย่างเป็นทางการ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากเมียนมาเป็นที่ตั้งของเหมืองแร่ และจีนเป็นผู้ทำเหมืองและรับซื้อแร่
นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะกระเทียมเนื้อที่อย่างน้อย 10,000 ไร่ ใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่จะเก็บเกี่ยวในเดือน มี.ค.2569 นี้ เพราะปลูกในที่ดินตะกอนน้ำกกท่วม และให้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 2,000 ล้านบาทให้การประปาส่วนภูมิภาคเชียงราย หาแหล่งน้ำดิบใหม่เพื่อผู้บริโภค 40,000 ราย จัดหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ทดแทนแม่น้ำสาย รวก โขง สำหรับผลิตน้ำประปาให้ประชาชนในเขต อ.แม่จัน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน อ.เชียงของ จ.เชียงราย จำนวน 30,000 ราย ตรวจหาสารโลหะหนักในข้าวนาปรังเนื้อที่ 100,000 ไร่ลุ่มแม่น้ำกกและน้ำสายก่อนเก็บเกี่ยวเดือน พ.ค.นี้ มีมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
ท้ายที่สุดให้มีกาจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติภาครัฐ วิชาการ ประชาสังคมและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาความรู้ เพื่อเป็นกลไกหลักในการผลักดันการแก้ไขปัญหานี้.


