xs
xsm
sm
md
lg

แกนนำมะพร้าวน้ำหอมแม่กลอง จ่อยื่น รมต.เกษตรฯ คนใหม่ แก้โครงสร้างราคาบิดเบี้ยว หลังหน้าสวนดิ่งเหลือลูกละ 2 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมุทรสงคราม – เสียงสะท้อนจากสวนมะพร้าวเมืองแม่กลอง แกนนำเกษตรกรประกาศเตรียมเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ คนใหม่ ทันทีหลังรัฐบาลจัดตั้ง ผลักดันแก้ปัญหาโครงสร้างราคาที่บิดเบี้ยว ชี้ปลายทางส่งออกยังรุ่ง แต่ต้นทางชาวสวนกลับร่วงโรย ราคาหน้าสวนต่ำกว่าต้นทุน

นายชัยยันต์ เจียมศิริ ประธานเครือข่ายสภาเกษตรกรปรับปรุงคุณภาพไม้ผลจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ช่วงรอยต่อปี 2568–2569 ถือเป็นห้วงเวลาหนักหนาที่สุดของชาวสวน มะพร้าวน้ำหอม ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม โดยราคาหน้าสวนลดลงเหลือเพียงลูกละ 2–3 บาท ทั้งที่ตลาดปลายทางและคำสั่งซื้อส่งออกยังดำเนินต่อเนื่อง สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่อุปสงค์ลดลง หากแต่อยู่ที่ “กลไกราคา” ที่ไม่เป็นธรรม

ราคามะพร้าวเริ่มปรับลดลงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 โดยเฉพาะเดือนมกราคมซึ่งผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ประกอบกับสภาพอากาศหนาวทำให้การบริโภคลดลงตามฤดูกาล ยิ่งกดดันราคา อย่างไรก็ตาม หลังพ้นเทศกาลตรุษจีน เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นและผลผลิตทยอยลดลง คาดว่าราคาจะเริ่มฟื้นตัวช่วงมีนาคม–พฤษภาคม อาจขยับขึ้นไปที่ 10–15 บาทต่อลูก

แต่ในมุมชาวสวน ระดับราคาที่ “อยู่ได้” ต้องไม่ต่ำกว่า 10 บาทต่อลูก และแม้ในช่วงผลผลิตล้นตลาดก็ไม่ควรต่ำกว่า 5 บาท เพราะต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 4–5 บาทต่อลูก โดยเฉพาะค่าแรงที่ไม่สามารถลดได้ การขายที่ 2–3 บาทจึงเท่ากับขาดทุนทันที หลายสวนต้องกู้เงินหมุนเวียน แบกรับภาระหนี้สะสม

นายชัยยันต์ ระบุว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงเป็นภาพซ้ำของภาคเกษตรไทย คือ “ปลูกได้ แต่ขายไม่ได้ราคา” เนื่องจากการค้าภายในประเทศยังพึ่งพาพ่อค้าคนกลางหรือล้งเป็นหลัก ผู้ผลิตจึงขาดอำนาจต่อรอง เมื่อผลผลิตออกพร้อมกันหลายพื้นที่จะเกิดภาวะล้นตลาดระยะสั้น ราคาหน้าสวนจึงถูกกดลงง่าย ขณะที่ข้อมูลราคาขาดความโปร่งใส เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลตลาดที่แท้จริงได้ไม่เท่าเทียม

บทเรียนจากวิกฤตครั้งนี้ชี้ชัดว่า เมื่ออำนาจต่อรองกระจุกตัวอยู่ในมือผู้ซื้อไม่กี่ราย ราคาจึงถูกกำหนดจากปลายทาง ขณะที่ต้นทางซึ่งรับความเสี่ยงทั้งต้นทุน สภาพอากาศ และความผันผวนของตลาด กลับไม่มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางราคา แม้ปลายทางเติบโตและการส่งออกคึกคัก แต่รายได้กลับไม่ไหลคืนสู่เกษตรกรอย่างเป็นธรรม

นอกจากปัญหาราคา ชาวสวนยังเรียกร้องให้ภาครัฐตรวจสอบธุรกิจที่อาจขาดความโปร่งใส ทั้งการสวมนอมินี การรวมศูนย์ผ่านเครือข่ายนายหน้า และพฤติกรรมกดราคารับซื้อ พร้อมผลักดันมาตรการยกระดับคุณภาพ เพื่อรักษาภาพลักษณ์มะพร้าวน้ำหอมไทยในตลาดโลก ไม่ให้ปัญหามาตรฐานกระทบความเชื่อมั่นระยะยาว

ข้อเสนอสำคัญที่จะยื่นต่อรัฐมนตรีเกษตรฯ คนใหม่ คือการแก้ระเบียบและกฎหมายเพื่อบรรจุ มะพร้าวน้ำหอม เป็น “พืชเศรษฐกิจ” ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้รับสถานะดังกล่าว ทำให้รัฐไม่สามารถใช้มาตรการประกันราคาและชดเชยได้เช่นเดียวกับ ข้าว มันสำปะหลัง และ ปาล์มน้ำมัน

“คนที่แบกรับต้นทุนทั้งหมดคือชาวสวน ตั้งแต่ลงแรงวันแรกถึงวันเก็บเกี่ยว หากระบบยังไม่เป็นธรรม ต่อให้ปลายทางรุ่งเรืองเพียงใด ต้นทางก็จะร่วงโรยซ้ำแล้วซ้ำเล่า” นายชัยยันต์กล่าว พร้อมเตือนว่า หากไม่มีการแก้ไขเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง อาชีพสวนมะพร้าวอาจไม่สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่มาสานต่อได้ และวิกฤตราคาลูกละ 2 บาท อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เกษตรกรต้องเผชิญ.