สมุทรสงคราม – วิกฤตราคาส้มโอขาวใหญ่ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรสงคราม กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจฐานราก หลังราคาหน้าสวนเกรดเอร่วงเหลือเพียงกิโลกรัมละ 20–25 บาท จากเดิมช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องเทศกาลตรุษจีน เคยพุ่ง 40–50 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งที่เป็นช่วงผลผลิตให้รสชาติดีที่สุดของปี
ผู้สื่อรายงานปัจจุบันจังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ปลูก ส้มโอขาวใหญ่ กว่า 12,204 ไร่ ให้ผลผลิตรวมกว่า 17,793 ตันต่อปี แต่ปีนี้ราคากลับตกต่ำสุดในรอบหลายปี ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรจำนวนมาก
นายมนัส บุญพยุง กำนันตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที เปิดเผยว่า ราคาส้มโอปีนี้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากผลผลิตที่ทยอยออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี ทำให้เกิดแรงกดดันด้านราคา แม้จังหวัดจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดไปแล้วเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ราคาก็ยังไม่ฟื้นตัว สะท้อนถึงโครงสร้างตลาดที่พึ่งพาการส่งออกไปยังประเทศจีนเป็นหลัก ส่งผลให้อำนาจต่อรองตกอยู่กับผู้ซื้อปลายทาง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ยังมีผลผลิตทั้งที่แก่คาต้นและค้างในล้งรวมกันอีกนับร้อยตัน แม้ส้มโอจะสามารถอยู่คาต้นได้นานและให้รสชาติดี แต่ราคากลับไม่สอดคล้องกับคุณภาพ ปัจจัยสำคัญมาจากการขยายพื้นที่ปลูกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตำบลบางสะแก ที่เพิ่มจากราว 3,000 ไร่ เป็นกว่า 4,000 ไร่ ภายใน 5 ปี จากแรงจูงใจช่วงที่ราคาพุ่งสูงถึง 60–80 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและเกิดภาวะล้นตลาดในบางช่วง
อีกประเด็นที่ชาวสวนเรียกร้องให้เร่งตรวจสอบ คือ การลักลอบนำส้มโอนอกพื้นที่มาสวมสิทธิ์เป็น ส้มโอขาวใหญ่ GI สมุทรสงคราม ทำให้สินค้า GI สูญเสียความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะส้มโอคละหรือ “ส้มโอไร่” ที่มีต้นทุนต่ำ เมื่อนำมาจำหน่ายปะปนหรือส่งออกในตลาดเดียวกัน ส่งผลให้ส้มโอคุณภาพจากแหล่งดั้งเดิมถูกกดราคา และกระทบภาพลักษณ์สินค้า เช่นเดียวกับกรณี มะพร้าวน้ำหอม ที่เคยประสบปัญหาสวมสิทธิ์มาก่อน
ด้านนายเชาว์ เปรมสุขดี อายุ 66 ปี เจ้าของ “ล้งส้มโอปีใหม่” หมู่ 1 ตำบลบางสะแก ระบุว่า ราคาที่ปรับลดลงเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งกำลังซื้อในประเทศ ภาวะการตลาด และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลัก หากผลผลิตมีขนาด รูปทรง และค่าความหวานได้มาตรฐานก็ยังสามารถส่งออกได้ แต่เมื่อปริมาณมากเกินความต้องการ ราคาจะถูกกดลงทันที บางช่วงราคาต่ำสุดเหลือเพียง 10–20 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าต้นทุนที่เหมาะสม ซึ่งควรไม่ต่ำกว่า 30 บาทต่อกิโลกรัม
แม้โดยปกติช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ราคาส้มโอจะขยับขึ้นตามจังหวะผลผลิตและคำสั่งซื้อส่งออก แต่ปีนี้คาดว่าจะฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย โอกาสกลับไปแตะระดับ 40–50 บาทต่อกิโลกรัมค่อนข้างยาก จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบเส้นทางการค้า ควบคุมการใช้ตรา GI อย่างเข้มงวด กระจายตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวสวนผลไม้เชิงคุณภาพ เพื่อรักษารายได้เกษตรกรและภาพลักษณ์ผลไม้ GI ของสมุทรสงครามให้ยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ ล้งของตนจะส่งคนงานออกไปตัดส้มโอตามสวนเอง และไม่รับซื้อส้มโอที่นำมาส่งโดยไม่ทราบแหล่งที่มา เพื่อรักษามาตรฐานและความเชื่อมั่นของลูกค้าในตลาดส่งออก.


