เชียงราย – ท่องเที่ยวและกีฬาฯร่วมกับชมรมแม่สรวยเมืองแห่งความสุข-ททท. เล็งดัน “ทุ่งไหดิน 5 พันปี” ขึ้นชั้นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เมืองพ่อขุนฯ เผยชาวบ้านเจอบนดอยวง แบบบังเอิญ 7 ปีก่อน พอสำรวจเพิ่มพบทั้งไหบรรจุกระดูกมนุษย์ยุคหิน/ขวาน อายุกว่า 3-5 พันปี-ถ้วยชาม เครื่องสัมฤทธิ์ยุคล้านนา รวมมากกว่า 1,000 จุด
นางณัฏฐิร แพงคุณ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับชมรมแม่สรวยเมืองแห่งความสุข สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงราย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) สำนักงานเชียงราย ฯลฯ ได้เข้าสำรวจแหล่งโบราณคดี "ดอยวง" ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 69 นี้
หลังจากกรมศิลปากรได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่หาของป่าเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน ว่าพบภาชนะเก่าลักษณะเป็นไหหลายใบและภาชนะของใช้ต่างๆ คล้ายถ้วยชามอยู่ทั่วไปบนดอยวง และเมื่อเข้าสำรวจเบื้องต้นสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นวัตถุโบราณในยุคหินที่มีอายุตั้งแต่ 3,000-5,000 ปีมาแล้ว
ซึ่งนอกจากจะพบของใช้ต่างๆ เช่น ถ้วย ชาม ขวานหิน ฯลฯ ยังพบไหที่ภายในบรรจุกระดูกของมนุษย์ที่เกิดจากการเผาร่างแล้วบรรจุไว้ ซึ่งอาจเป็นความเชื่อของคนยุคนั้น ทำนองว่าการนำกระดูกหรืออัฐิของผู้เสียชีวิตไปเก็บไว้บนพื้นที่สูงคือดอยวงเพราะเห็นว่าอยู่ใกล้สรวงสวรรค์ก็จะได้อยู่ใกล้สวรรค์
เจ้าหน้าที่ยังพบภาชนะในลักษณะกล่าวอยู่บนดอยวงมากกว่า 1,000 จุด จึงได้ร่วมกับชาวบ้านทำการอนุรักษ์เอาไว้ด้วยการทำหลังคากันแดดฝนเอาไว้บริเวณพบภาชนะมากที่สุด 3 จุด พร้อมกับนำบางส่วนไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ดอยวงดอยเวียง ศูนย์การเรียนรู้ ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้าชมและเรียนรู้อีกด้วย
นายไพบูลย์ สมใจ ปราชญ์ชาวบ้าน ต.ป่าแดด กล่าวว่าดอยวงถือเป็นพื้นที่ที่พบทุ่งไหดินตามคติความเชื่อของคนโบราณที่เชื่อว่าตั้งอยู่ใกล้สวรรค์ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ มีเนื้อที่รวมกันประมาณ 1,000 ไร่ ส่วนจำนวนหลุมที่พบภาชนะไหก็มีอยู่ตามพื้นดินอยู่เป็นจำนวนมาก ไหที่พบเป็นไหดินเผา สิ่งที่บรรจุภายในนอกจากจะมีอัฐิยังมีของใช้ด้วย นอกจากนี้นักโบราณคดียังเคยขุดพบขวานหินโบราณซึ่งเชื่อว่าเป็นของมนุษย์ในยุคหิน เครื่องสัมฤทธิ์ซึ่งเชื่อว่าเป็นของมนุษย์ในยุคต่อๆมาคือยุคล้านนา อีกด้วย
ด้านนายมงคล อินโชติ ชาวบ้านเหล่าพัฒนา หมู่ 22 ต.ป่าแดด กล่าวว่าเมื่อประมาณ 7 ปีก่อนชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าพบไหดินเก่าจึงมาบอกกับตนและแจ้งไปยังกรมศิลปากร เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบก็บอกว่าเป็นภาชนะของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จึงได้ร่วมกันอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่เอาไว้ 3 จุด
แต่ภาชนะที่พบมีทั้งพื้นที่ดอยวงอาจจะมากกว่า 1,000 จุดด้วยซ้ำ กระทั่งคณะจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่าจะส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ Unseen Thailand ต่อไปซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก.


