กำแพงเพชร – หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม..แม่ร้องสื่อนายดาบตำรวจไทรงาม ควบบิ๊กไบค์ชน จยย.ลูกสาวที่กลับจากโรงเรียนกำลังเปิดไฟเลี้ยวเข้าทางแยกบนถนนสายกำแพงเพชร-พิจิตร ที่กำลังก่อสร้าง จนรถพังยับ-เจ็บทั้ง 3 ราย มีทั้งแผลถอก-หัวบวม-ปอดทะลุ ฯลฯ หนึ่งในนั้นเป็นแฝดพี่ยังรอผ่าตัดรอบ 3 ขอให้ตำรวจทำคดีตรงไปตรงมา ขณะที่คู่กรณีเลือดออกในสมอง
ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นางน้ำฝน พยุงยาก อายุ 47 ปี อยู่บ้าน ม.2 ต.หนองไม้กอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร แม่ของนักเรียนหญิงชั้น ม.4 และ ม.5 โรงเรียนไทรงามพิทยาคม จำนวน 3 ราย หลังถูกรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เฉี่ยวชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อ 20 ก.พ.69 เวลา 16.00 น. บริเวณถนนสายกำแพงเพชร-พิจิตร บริเวณหน้า รพ.สต.บ้านเเม่ยื้อ ทางแยกเข้า ม.2 บ้านสักขีย์ พื้นที่ ม.9 ต.หนองไม้กอง อ.ไทรงาม ซึ่งเป็นบ้านของผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย
หลังจากเกิดเหตุเด็กหญิงทั้ง 3 ราย ได้กระเด็นลงไปบริเวณไหล่ทางที่กำลังก่อสร้างถนนมีความสูงเกือบ 1 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งหมด ชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้าไปช่วยเหลือ จากนั้นอาสากู้ภัย ได้นำตัวทั้งหมดส่งโรงพยาบาลไทรงาม ทราบชื่อ 1.น.ส.ซัลวา อายุ 16 ปี (นัส) นร.ชั้น ม.4 (แฝดน้อง-คนขับ) หัวแตกเย็บ 3 เข็ม ,บาดเจ็บข้อศอกซ้าย-ขวา ,หัวเข่าซาย-ขวา , แผลถลอกที่สะโพกขวา ,หลังเท้าซ้ายบาดแผลลึก
2.น.ส.นาดา เพ็งพูน อายุ 18 ปี (นาดา) นร.ม.5 (พี่สาวคนโต-คนซ้อนกลาง) มีอาการหัวบวม ,เวียนหัว ,ซี่โครงซ้ายมีบาดแผลลามไปด้านหลัง ,หูฉีกสองข้าง , มีบาดแผลที่เข่าด้านซ้าย , บาดแผลศอกด้านซ้ายและขวา สะโพกด้านขวา 3.น.ส.ซัลมา เพ็งพูน อายุ 16 ปี (โบว์) นร.ชั้น ม.4 (แฝดพี่) บาดเจ็บที่ใบหน้า-ฟันที่จัดมาผิดรูป ,แผลข้อศอกซ้าย-ขวา ,แผลที่เข่าซ้าย ,อุ้งเชิงกลานแตกร้าว ,กระเพาะ-ท่อปัสสาวะฉีกขาด , ปอดทะลุ ,สะโพกแตก ปัจจุบันถูกส่งตัวไปรอการผ่าตัดที่ รพ.นเรศศวร จ.พิษณุโลก หลัง รพ.ไทรงาม ส่งตัวไป รพ.กำแพงเพชร ได้ทำการผ่าตัดไปแล้ว 2 รอบ
ส่วนรถคู่กรณีที่พบบริเวณจุดเกิดเหตุ เป็นรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ยี่ห้อ ฮอนด้า CBR 650 cc ป้ายทะเบียน 1กพ 9788 กำแพงเพชร ซึ่ง ด.ต.ราเชนทร์ อายุ 40 ปี ตำรวจ ผบ.หมู่สืบสวน สภ.ไทรงาม เป็นผู้ขับขี่ มีอาการบาดเจ็บตามร่างกายพูดคุยได้ ล่าสุดก็ถูกส่งตัวไปที่ รพ.นเรศวร จ.พิษณุโลก เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเลือดคั่งในสมอง
ขณะที่รถจักรยานยนต์ของเด็กนักเรียน ทั้ง 3 พี่น้อง เป็นฮอนด้าเวฟ สีแดง-ดำ ป้ายทะเบียน 1 กถ 4514 กำแพงเพชร สภาพพังยับเยิน เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถทั้งสองคันไปเก็บไว้ที่ สภ.ไทรงาม
นางน้ำฝน แม่ของเด็กนักเรียนหญิง 3 พี่น้องผู้ประสบเหตุ พาผู้สื่อข่าวไปดูจุดเกิดเหตุ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดของชาวบ้านที่จับภาพวินาทีชนไว้ได้ ซึ่งตนเห็นภาพเหตุการณ์แล้วมองว่าบิ๊กไบค์ตำรวจเป็นผู้ผิด เนื่องจากเป็นเขตที่กำลังก่อสร้างถนนควรจะต้องชะลอรถให้ช้า เพราะรถของลูกสาวตนได้เปิดไฟเลี้ยวขวา เตรียมที่จะข้ามเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน แต่กลับถูกชนบริเวณท่อไอเสียของรถจนทำให้เกิดอุบัติเหตุและบาดเจ็บ
“ตอนแรกตนก็ไม่ทราบว่าเจ้าของรถบิ๊กไบค์เป็นตำรวจที่อยู่พื้นที่เกิดเหตุ ประกอบกับตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่มีใครติดต่อเข้ามาเพื่อเยียวยาใดๆ ตนกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ค่าใช้จ่ายของการรักษาลูกสาวของตนทั้งหมดก็สูงขึ้น ลูกสาวคนโตก็ยังไม่รู้ว่าจะหายดีเป็นปกติหรือไม่ เพราะอาการบาดเจ็บค่อนข้างหนัก ตนมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงเด็กอยู่ต่างจังหวัดคงจะไม่มีเงินที่จะรักษาลูกอย่างแน่นอน ก็อยากขอความเป็นธรรมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาไม่ช่วยเหลือกัน”
นายชัยยศ ทองพูลเพิ่ม อายุ 37 ปี ชาวบ้านที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรายแรกและเป็นเจ้าของกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ เล่าว่าวันเกิดเหตุตนได้ยินเสียงรถชนกันเสียงดังจนจึงวิ่งเข้าไปดูและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งหมด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคู่กรณีเป็นตำรวจ จากนั้นกู้ภัยมาถึงและนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งก็ได้ย้อนดูกล้องวงจรปิดก็เห็นวินาทีการถูกชน
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของผู้บาดเจ็บพบ น.ส.ซัลวา แฝดน้องอายุ 16 ปี นร.ชั้น ม.4 (คนขับ) และ น.ส.นาดา อายุ 18 ปี นร.ม.5 พี่สาวคนโตที่ซ้อนกลาง ซึ่งเล่าว่า ตนและน้องสาวอีก 2 คน กำลังกลับจากโรงเรียน พอใกล้ถึงจุดเกิดเหตุก็เปิดไฟเลี้ยวตั้งแต่เสาไฟต้นสุดท้ายเตรียมเลี้ยวเข้าหมู่บ้านซึ่งก็ชิดเส้นสีเหลืองกลางถนนแล้ว จู่ๆรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ก็ขับมาชน
“ตอนนั้นมองกระจกหลังแล้ว เห็นว่ารถคันดังกล่าวยังอยู่ไกลอยู่ จึงตัดสินใจเลี้ยว ไม่คิดว่าจะมาถึงตัวเร็วขนาดนี้ ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุก็มีเพียงแค่เพื่อนและอาจารย์ที่โรงเรียนมาเยี่ยม ส่วนคู่กรณียังไม่มาเลย จนจึงอยากให้เข้ามาเยียวยาช่วยเหลือตนบ้าง”
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดีพนักงานสอบสวน กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ผกก.สภ.ไทรงาม ก็ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา วันเกิดเหตุได้มีการสั่งเป่าแอลกอฮอล์ตรวจเลือดหาสารเสพติด รวมถึงเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อเก็บภาพกล้องวงจรปิด และตรวจเรื่องของความไวในการขับขี่รถบิ๊กไบค์แล้ว
“ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในขั้นขั้นตอนของการรักษา โดยตำรวจที่ขับรถบิ๊กไบค์ก็มีอาการเลือดออกในสมอง เด็กทั้ง 3 รายก็อยู่ในขั้นตอนรักษา ซึ่งตนอยากจะบอกสังคมว่าแม้คู่กรณีเป็นตำรวจเราก็ยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน”


