ศูนย์ข่าวขอนแก่น-มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ พร้อมภาคีเครือข่ายพื้นที่จ.ขอนแก่น ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อน “ขอนแก่นโมเดล” มุ่งสู่จังหวัดปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าลดอัตราการสูบและป้องกันให้เด็กไม่เริ่มสูบ
วันนี้ (26 ก.พ.) ที่ห้องประชาสโมสร โรงแรมอวานี อำเภอเมืองขอนแก่น มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ร่วมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “จังหวัดขอนแก่นปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า” Tobacco Control Mapping Forum จังหวัดขอนแก่น โดยมีตัวแทนจากภาคคีเครือข่ายอาทิ เทศบาลนครขอนแก่น, จุดจัดการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จังหวัดขอนแก่น, สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 1 ขอนแก่น พร้อมด้วยนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมประชุมจำนวนมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการรวมพลังของทุกภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความร่วมมือทำงานควบคุมยาสูบในจังหวัดขอนแก่นให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่ยั่งยืน
จากนั้นภาคีเครือข่ายจังหวัดขอนแก่น จัดแถลงข่าว “โฮมแฮง (ร่วมแรง) ความร่วมมือเพื่อชาวขอนแก่นปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า” ระดมสรรพกำลังภาคีเครือข่าย ทั้งระดับนโยบาย สาธารณสุข และภาคประชาสังคม ร่วมชูธง “ขอนแก่นโมเดล” สกัดกั้นการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ปกป้องเด็กและเยาวชน พร้อมขานรับนโยบายระดับประเทศมุ่งสู่เป้าหมายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ร่วมกันกำหนดเป้าหมายและทิศทางการทำงานแบบบูรณาการ ผ่านการแลกเปลี่ยนแนวคิด วิเคราะห์บริบทและปัญหาร่วม พร้อมทั้งวางกรอบแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ในระยะ 2 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2569-2570) เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในการทำงานควบคุมการบริโภคยาสูบระดับจังหวัดที่เป็นรูปธรรม
นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประกาศขับเคลื่อน ขอนแก่นโมเดล อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการเป็นจังหวัดต้นแบบที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านการบังคับใช้กฎหมายทั้งระบบ ซึ่งขอนแก่นเคยได้รับรางวัลและได้การยอมรับว่าเป็นจังหวัดที่มีผลงานยอดเยี่ยมในการขับเคลื่อนกลไกการควบคุมยาสูบอย่างเป็นรูปธรรม ของกระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ.2566 อีกทั้งยังเน้นให้เกิดการสร้างพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวขอนแก่นทุกคน “วันนี้ขอนแก่นไม่ได้แค่ประกาศนโยบาย แต่เรากำลังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่แท้จริงจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างอนาคตที่ไร้ควันบุหรี่ให้แก่ลูกหลานของเรา” นายขจรเกียรติ กล่าว
ขณะที่ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้กลไกในระดับจังหวัดว่า "ความสำเร็จในการควบคุมยาสูบ ต้องขับเคลื่อนทั้งระบบและเป็นขบวนเดียวกัน ทั้งองค์ความรู้ นโยบาย และภาคีภาคประชาสังคม การสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนในจังหวัดมีแนวทางที่ชัดเจนในการบูรณาการความร่วมมือ จะช่วยเสริมพลังในการสร้าง “ขอนแก่นโมเดล” ที่มุ่งเป้าสร้างเกราะป้องกัน และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังคุกคามสุขภาวะของประชาชนในขณะนี้ บรรลุผลสำเร็จได้
ด้าน ดร.นพ.หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น ยืนยันความพร้อมในการผลักดันนโยบาย “ประเทศไทยบุหรี่ไฟฟ้าต้องเป็นศูนย์ Zero E-cig” โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวัง การให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของยาสูบรูปแบบใหม่ และการสนับสนุนการทำงานระดับพื้นที่อย่างจริงจัง ซึ่งจังหวัดขอนแก่นมีความพร้อมทั้งในด้านองค์ความรู้ ทรัพยากร และบุคลากร ที่จะผลักดันให้เรื่องนี้เป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม นางสายหยุด ขันขวา ประธานจุดจัดการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จ.ขอนแก่น กล่าวว่าจากข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2567 พบว่า อัตราการสูบบุหรี่ของจังหวัดขอนแก่นเท่ากับ 18.91 % อยู่ลำดับที่ 7 ของภาคอีสาน และเป็นลำดับที่ 27 ของประเทศถือเป็นจังหวัดที่มีอัตราการสูบบุหรี่ค่อนข้างสูง ซึ่งจากการวิเคราะห์บริบทและปัญหาร่วม พร้อมทั้งวางกรอบแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ในระยะ 2 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2569-2570)
เครือข่ายมีความเห็นพ้องต้องกันในการขับเคลื่อน “ขอนแก่นโมเดล” ด้วยเป้าหมายลดอัตราการสูบบุหรี่ของจังหวัดขอนแก่นให้อยู่ที่ ร้อยละ 17 และอัตราการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนไม่เพิ่มขึ้น ทุกภาคส่วนในจังหวัดขอนแก่น จะมีส่วนสำคัญในการร่วมปกป้องลูกหลานชาวขอนแก่นทั้งในและนอกสถานศึกษา เพื่อให้เด็กเยาวชนรู้เท่าทันกลยุทธ์ของบริษัทบุหรี่ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการเสพติดนิโคตินไม่ว่าจะมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์แบบใดก็ตาม
ทั้งนี้นายบุญฤทธิ์ พาณิชย์รุ่งเรือง รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เสริมว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปรียบเสมือน "ทัพหน้า" ที่อยู่ใกล้ชิดปัญหาและประชาชนมากที่สุด เทศบาลนครขอนแก่นมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี ทั้งการจัดสถานที่สาธารณะปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย การตรวจตราไม่ให้มีการขายบุหรี่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือมีร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งผิดกฎหมายในพื้นที่
รวมถึงการสนับสนุนให้การเลิกบุหรี่เป็นเรื่องที่ทำได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม จะมีการขยายบทเรียนการดำเนินงานไปสู่ท้องถิ่นอื่นในจังหวัด เพื่อยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่นให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
ด้าน นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กล่าวปิดท้ายว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลางการบูรณาการ” เชื่อมโยงทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสถานศึกษา เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด สกัดกั้นการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าและยาสูบทุกชนิดอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรอง บำบัด ไปจนถึงการป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ ด้วยควบคุมการเข้าถึงในทุกมิติ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และเอื้อต่อการไม่สูบบุหรี่
ทั้งนี้จะนำข้อเสนอจากการประชุมบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์สาธารณสุขจังหวัดปี 2569-2570 เพื่อให้เกิดแผนการทำงานที่ชัดเจนภายใต้กลไกที่มีอยู่ ควบคู่ไปกับการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัด (คผยจ.) ที่มีความเข้มแข็ง มีการตั้งคณะกรรมการ คผยจ. ที่ชัดเจน มีนโยบายต่อเนื่องจากระดับจังหวัดสู่ระดับพื้นที่ และมีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่


