xs
xsm
sm
md
lg

“ไบเออร์” ทุ่มกว่า 310 ล้านตั้งฐานผลิตเมล็ดพันธุ์ผักครบวงจรที่ขอนแก่น ดันไทยสู่ศูนย์กลางเกษตรและอาหารโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


H.E. Dr. Ernst Reichel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นประธานเปิดศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก บริษัท ไบเอร์ไทย จำกัด (สาขาขอนแก่น)
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - “ไบเออร์ไทย” ลงทุนกว่า 310 ล้านบาท เปิดศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักครบวงจรในภาคอีสานที่ จ.ขอนแก่น บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ส่งออกทั้งตลาดเอเชียและทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ Seminis และ De Ruiter ด้านอธิบดีกรมวิชาการเกษตรชี้ยกระดับอุตฯ เมล็ดพันธุ์ประเทศ สอดรับนโยบาย Thailand Tropical Seed Hub ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลก

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
วันนี้ (25 ก.พ.) ที่ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น H.E. Dr. Ernst Reichel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นประธานเปิดศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก บริษัท ไบเอร์ไทย จำกัด (สาขาขอนแก่น) มีนายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยผู้บริหารไบเออร์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พันธมิตรธุรกิจ และสื่อมวลชน ร่วมงานจำนวนมาก

ศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักแห่งใหม่นี้ ทางไบเออร์ไทยมุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพสูงของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตลาดโลก โดยศูนย์แห่งนี้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 และเป็นการควบรวมกระบวนการผลิตที่เดิมแยกอยู่ในจังหวัดสกลนครและขอนแก่น มาไว้ในศูนย์เดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพการผลิตแบบครบวงจร

ใช้งบลงทุนกว่า 310 ล้านบาท (ประมาณ 8 ล้านยูโร) บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ หรือ 48,000 ตารางเมตร ติดตั้งเทคโนโลยีการล้างฆ่าเชื้อ การทำแห้ง การทำความสะอาดและคัดเมล็ดพันธุ์ ระบบจัดการอัตโนมัติ (Automation) ระบบตรวจสอบติดตามแบบดิจิทัล (Digital Traceability) ตลอดจนคลังจัดเก็บที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น พร้อมระบบบรรจุภัณฑ์เพื่อจัดส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักแห่งใหม่นี้จะเป็นฐานการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่รับเมล็ดพันธุ์เปียกจากเครือข่ายเกษตรกร การปรับสภาพ ตรวจสอบคุณภาพ การเคลือบเมล็ดพันธุ์ การบรรจุอัตโนมัติ และการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ก่อนส่งออกไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ Seminis และ De Ruiter เช่น สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

นายวีรพล เจริญพานิช ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจครอปซายน์ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และพม่า บริษัทไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวว่า ศูนย์แห่งใหม่นี้ไม่เพียงเป็นฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์มาตรฐานสูง แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรรายย่อยและชุมชน ผ่านการฝึกอบรม การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการทำงานร่วมกับพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดการสูญเสีย และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน ดร.แอ็นสท์ ไรเชิล เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดี พร้อมชี้ว่าการลงทุนครั้งนี้สะท้อนความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของเยอรมนีกับประเทศไทยในภาคเกษตรกรรม และเป็นการสนับสนุนการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว




ขณะที่นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การเปิดศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพเพื่อการส่งออกแห่งนี้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ของประเทศ สอดรับกับนโยบาย Thailand Tropical Seed Hub และเป้าหมายการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลก

ทั้งนี้ ศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักขอนแก่นดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล ISO 9001:2015 และ ISO 45001:2018 ครอบคลุมการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักหลากหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ พริก แตงกวา แตงโม เมลอน ฟักทอง ข้าวโพดหวาน บรอกโคลี และกะหล่ำปลี โดยมุ่งพัฒนาเมล็ดพันธุ์ให้สอดคล้องกับแนวทางเกษตรแบบฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนของระบบเกษตรกรรมในระดับภูมิภาคและระดับโลก

นายสุเทพ อุ่นแก้ว ชาวบ้าน ต.นาทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม กล่าวว่าตนเป็นคนต่างถิ่น บ้านเดิมอยู่จ.ศรีสะเกษ มาที่นี่ครั้งแรกถือกระเป๋ามาใบเดียว เพิ่งมาเจอบริษัทนี้เป็นครั้งแรก เดิมตนปลูกแตงโมแค่ไม่ถึงงาน แต่เดี๋ยวนี้เพิ่มพื้นที่ปลูกกว่า 10 ไร่ปีหนึ่งมีรายได้จากการปลูกแตงโมขายเมล็ดพันธุ์ต่อหนึ่งฤดูผลิต ไม่ต่ำกว่า 500,000-600,000 บาทต่อรุ่น ซึ่งใช้เวลาปลูกประมาณ 3 เดือนก็ขายเมล็ดพันธุ์ได้



H.E. Dr. Ernst Reichel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เยี่ยมชมแปลงเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ผักของบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด
ขณะที่นางพิกุล วงษ์ตระกูล ชาวบ้านบ้านแบก ต.นาทอง อ. เชียงยืน จ.มหาสารคาม กล่าวว่าสภาพชีวิตขณะนี้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก สามารถปลดหนี้ได้แล้ว เพราะร่วมโครงการกับไบเออร์ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว เมื่อก่อนเคยปลูกพริก ปลูกมะเขือ ปลูกทุกอย่าง แต่ปัจจุบันไบเออร์สนับสนุนชาวบ้านปลูกแค่แตงโม พื้นที่ปลูกประมาณ 4 ไร่ หรือประมาณ 8,000 ต้น รายได้ต่อปีประมาณ 200,000-300,000 บาทต่อรุ่น ซึ่งไบเออร์สนับสนุนเกษตรกรในลักษณะคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง มีราคาประกัน และสัญญาปีต่อปี