xs
xsm
sm
md
lg

สาวเชียงรายป่วยโปลิโอ เผยนาทีหนีพ้นนรกสแกมเมอร์กัมพูชา-เหยื่อเผาตึกหนีอีกกว่า 30 ชีวิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงราย - พ่อพาสาวเชียงรายป่วยเป็นโปลิโอเข้าขอบคุณ ตร. หลังประสานช่วยพ้นนรกสแกมเมอร์เมืองไพลิน กัมพูชา..พร้อมเผยตกงานอยู่ กทม.ก่อนถูกชวนทำงานเป็นแอดมิน-พาไปสระแก้ว บังคับเขย่งฝ่าไร่อ้อยโผล่ฝั่งปอยเปต โดนยึดบัตร ปชช./โทรศัพท์ ส่งเข้าตึกสแกมฯ สแกนหน้าโอนเงิน จนมีเหยื่อก่อเผาตึกแล้วพากันหนีออกมาได้


วันนี้ (24 ก.พ.) นายอุดร ชาว ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้พาลูกสาวที่ป่วยเป็นโปลิโอ คือ น.ส.นภัศรา อายุ 23 ปี เดินทางเข้าขอบคุณ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผบก.ภ.จว.เชียงราย หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.เชียงราย และ ตร.ภ.5 ได้ประสานให้การช่วยเหลือพาตัว น.ส.นภัศรา หลบหนีจากขบวนการหลอกลวงหรือแก๊งสแกมเมอร์ที่ประเทศกัมพูชาให้กลับไทยมาได้อย่างปลอดภัย

โดย น.ส.นภัศราเคยทำงานเป็นแอดมินติดต่อลูกค้าให้กับเอกชนที่กรุงเทพฯ กระทั่งตกงานจึงได้หางานทำทางสื่อออนไลน์ช่องทางต่างๆ จนพบเฟซบุ๊กหนึ่งเปิดรับสมัครคนไปทำงานเป็นแอดมินที่ จ.สระแก้ว เงินเดือน 20,000 บาท ทำให้ น.ส.นภัศราตัดสินใจสมัครและได้รับการชักชวนให้ไปขึ้นรถที่ห้างสรรพสินค้าเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 เพื่อพาไปยัง จ.สระแก้ว

ขณะเดินทาง น.ส.นภัศราพบมีคนสมัครไปทำงานด้วยกัน 5-6 คนด้วย แต่เมื่อไปถึง จ.สระแก้ว กลับถูกพาไปที่ห้างสรรพสินค้าที่ จ.สระแก้ว และให้นั่งรถยนต์กระบะไปยังไร่อ้อยแห่งหนึ่งไม่ทราบพิกัด ก่อนที่ทั้งหมดจะถูกบังคับให้วิ่งผ่านไร่อ้อยไป ซึ่ง น.ส.นภัศรา ที่พิการประเภท 3 (โปลิโอ) ได้เดินเขย่งไปจนสุดไร่ก็มีชาวกัมพูชา 4 คนเข้าไปรับตัวพาขึ้นรถยนต์กระบะขับอยู่ในเขตเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชาแล้ว

สาวเชียงรายรายนี้ระบุอีกว่า พวกตนถูกพาไปยังตึกสแกมเมอร์และถูกยึดบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมโทรศัพท์ ทำให้บิดาและญาติๆ ไม่สามารถติดต่อได้ จากนั้นก็มีการบังคับให้สแกนใบหน้าผ่านแอปพลิเคชันธนาคารที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือของ น.ส.นภัศรา อย่างน้อย 3 ครั้งเพื่อโอนเงินเข้าและออก

“ช่วงนั้นยังสังเกตเห็นมีคนไทยอยู่ในตึกดังกล่าวมากถึง 30-40 คน บางคนพยายามหลบหนีและชักชวนกันเผาตึก ส่วนตัวรู้สึกกลัวและอยากกลับบ้านมาก”


กระทั่งถึงวันที่ 16 ก.พ.แก๊งสแกมเมอร์ได้ส่ง น.ส.นภัศรา เข้าไปอยู่ที่กาสิโนชื่อ Grand Pailin Casino & Resort ในเมืองไพลิน ใกล้กับเมืองปอยเปต โดยมีการคืนโทรศัพท์และเอกสารประจำตัวให้ ทำให้สาวไทยและพวกใช้สัญญาน Wi-Fi โรงแรมติดต่อกับบิดาและขอความช่วยเหลือไปยัง พล.ต.ต.มานพ และ ภ.5 ส่วนคนไทยที่อยู่ในตึกเดิมที่เมืองปอยเปตทราบว่าพากันลุกฮือเผาตึก เมื่อไฟลุกไหม้จึงวิ่งหลบหนี หลายคนข้ามมาฝั่งไทยได้สำเร็จ

ส่วนตัว น.ส.นภัศรา เองเมื่อสบโอกาสจึงพร้อมด้วยชาวไทยอีก 5 คน คือ น.ส.กมลเนตร อายุ 45 ปี จ.นครราชสีมา น.ส.รุ่ง อายุ 35 ปี ชาว จ.อุทัยธานี น.ส.บุญยารัตน์ อายุ 29 ปี ชาว จ.นครปฐม นายกิตติศักดิ์อายุ 27 ปี ชาว จ.ขอนแก่น และนายอาทิมาอายุ 25 ปี ชาว จ.หนองคาย นั่งรถรับจ้างไปลงป่าไผ่ริมชายแดนและพากันวิ่งฝ่ากลับประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ดูแลชายแดนอยู่ให้การช่วยเหลือเข้าสู่ประเทศไทยด้าน จ.สระแก้ว ได้ในที่สุด

ทั้งหมดถูกส่งตัวไปคัดกรองและเสียค่าปรับเนื่องจากเข้าออกชายแดนผิดกฎหมาย จากนั้นได้แยกย้ายกันเดินทางกลับภูมิลำเนาของตัวเอง โดย น.ส.นภัศรา ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน ว่าถูกหลอกไปทำงานในต่างประเทศจนตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์แล้ว

ด้าน พล.ต.ต.มานพกล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับพ่อที่ได้ลูกสาวกลับคืนมาอย่างปลอดภัย แต่ก็อยากเตือนภัยไปยังประชาชนทั่วไปว่ากรณีมีการชักชวนทางเฟซบุ๊กให้ไปทำงานเป็นแอดมิน ไม่ต้องใช้ความรู้ รับทำงานง่าย ไม่ต้องใช้ทักษะใดๆ แต่ให้เงินเดือนสูง 20,000-40,000 บาท ให้ถือเป็นเรื่องผิดปกติเพราะหลายคนจบมาสูงยังไม่ได้เงินเดือนเท่านี้ ตัวอย่างกรณีนี้ถูกพาไปส่งถึงกรุงเทพฯ-สระแก้ว และยังพาไปยังชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงก่อนถูกพาไปยังประเทศเพื่อนบ้านในที่สุด

“ขอบอกเลยว่าไม่มีงานใดที่ให้ข้อเสนอง่ายแลกกับเงินเดือนแพงๆ แบบนี้แน่นอน”

ส่วนกรณีนี้ เจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำ นำเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ฯลฯ ตามขั้นตอนต่อไป