ปราจีนบุรี-ชาวบ้านตกใจพบ “แร้งหิมาลัย” ตกกลางสวนใน อ.เมืองปราจีนบุรี สภาพขาดอาหารอย่างหนัก เชื่อเป็นแร้งที่พากันอพยพหนีหนาวมาจากพื้นที่หิมาลัย เตือนชาวบ้านพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ ห้ามเก็บไว้เลี้ยงเอง
เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ ( 22 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่าพบนกขนาดใหญ่และคาดว่าน่าจะเป็น “แร้งหิมาลัย” ตกภายในสวนเนื้อที่กว่า 16 ไร่ บริเวณบ้านเลขที่ 52/1 ม.3 ต.บ้านพระ จึงประสานเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1 (ปราจีนบุรี) พร้อมประธานชมรมเหยี่ยว อ.ปากพลี เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ
หลังพบว่า แร้งตัวดังกล่าวมีอาการอ่อนแรง บินไม่ขึ้น และยังมีสุนัขหลายตัวกำลังรุมเห่า เตรียมขย้ำ ซึ่งเจ้าของสวนได้นำ แร้ง ไปอยู่ในที่ปลอดภัยพร้อมให้น้ำและแยกขังไว้ในห้องน้ำชั่วคราว ระหว่างรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
นายสิทธิชัย อิ่มจิต ประธานชมรมเหยี่ยวปากพลี ให้ข้อมูลว่า แร้ง เป็นนกสงวน เนื่องจากเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ โดยหลังได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จึงเข้าตรวจสอบและภาพที่เห็นคือ แร้ง มีอาการคอตก ไร้เรี่ยวแรง แต่ยังสามารถยกหัวและ ลุกขึ้นยืนได้ ซึ่งชาวบ้านได้นำน้ำอุ่นมาป้อนด้วยการหยดใส่ปากเรื่อยๆ
ส่วนในเรื่องความอันตรายนั้น แร้ง ไม่ได้ก่อความอันตรายต่อมนุษย์ เนื่องจากไม่ใช่นกนักล่า แต่เป็นนกที่หาเก็บกินซากทั่วไป ซึ่งแร้งที่พบในพื้นที่ปราจีนบุรีวันนี้ เป็นแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย มี
“ โดยปกติในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และนครนายก จะพบแร้งบินอพยพหนีหนาวมาจากพื้นที่หิมาลัยเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันพบมากกว่า 30 ตัวแล้ว ซึ่งเมื่อเข้ามาในพื้นที่ก็จะแตกกระจายออกไปหากินในพื้นที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นพื้นที่มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ ซึ่งในพื้นที่ปราจีนบุรี จุดที่ แร้ง มักเข้ามาหากินจะอยู่ในพื้นที่ปากพลี ซึ่งถือว่าเป็นจุดศูนย์รวมอาหารของแร้งที่บินหนีหนาว”
ทั้งนี้ แร้งหิมาลัย ไม่ใช่สัตว์ป่าสงวน แต่จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ห้ามล่า ครอบครอง ค้า หรือเลี้ยงไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ
กรณีประชาชนพบสัตว์บาดเจ็บและช่วยเหลือชั่วคราวจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีจึงไม่ถือว่ามีความผิด แต่หากนำไปเลี้ยงหรือครอบครองเองโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามกฎหมาย และหากพบสัตว์ป่าพลัดหลงหรือบาดเจ็บ สามารถแจ้งสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่หมายเลข 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง
หรือแจ้งหน่วยงานอนุรักษ์ในพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบและให้การช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป


