ศูนย์ข่าวขอนแก่น- ตำรวจขอนแก่นและตำรวจกองปราบปราม สนธิการเข้าจับกุมพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวหน้าร้านสะดวกซื้อ หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองชื่อดัง ใน ต.บ้านทุ่ม ได้ทองรูปพรรณหนัก 26 บาท หลบหนี สารภาพติดหนี้เงินกู้นอกระบบ หมุนไม่ทันจึงตัดสินใจก่อเหตุ
ความคืบหน้าจากเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุบุกเดี่ยว เข้าชิงทรัพย์ภายใน ร้านทองห้างทองกรุงเทพเยาวชราช เลขที่ 206 หมู่ 12 ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น ได้สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 26 บาท มูลค่า 1.9 ล้านบาทเศษ หลบหนีลอยนวล เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.07น. (15 ก.พ.69 ) ที่ผ่านมา
ล่าสุด ค่ำวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค4 พ.ต.อ.ณัฏฐ์ โหม่งพุฒ ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค4 และตำรวจกองปราบปราม ร่วมกันบเข้าควบคุมตัวนายชลธิป หรือ “เก๋” (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ชาวบ้านเหล่าโพนทอง ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวเข้าชิงสร้อยคอทองคำรูปพรรณ ภายในห้างทองกรุงเทพเยาวชราช บริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านทุ่ม
พล.ต.ต.นพเก้าเปิดเผยว่าคนร้ายได้สร้อยคอทองคำรูปพรรณไป จำนวน 11 เส้น น้ำหนัก 26 บาท มูลค่า 1.9 ล้านบาทเศษ ก่อนจะ วิ่งไปขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 11 สีเทา-ดำ หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังแกะรอยตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายหลบหนี พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานแวดล้อมและพยานบุคคล จนกระทั่งเป็นที่แน่ชัดว่า คนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายชลธิป จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตัว โดยเป็นการจับกุมตัวได้หลังจากเกิดเหตุ 6 วัน
โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้าจับกุม ผู้ต้องหากำลังทำความสะอาดร้านขายบะหมี่ ในพื้นที่ ต.บ้านหว้า อ.เมืองขอนแก่น เตรียมเปิดร้านขายตามปกติ ตอนแรกผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่สุดท้ายจำนนด้วยหลักฐานของตำรวจ และยินยอมพาตำรวจไปตรวจค้นที่บ้านตนเอง เลขที่ 312 บ้านเหล่าโพนทอง หมู่ 12 ต.บ้านหว้า อ.เมืองขอนแก่น พร้อมกับนำชี้จุดที่ซุกซ่อนสร้ายทองคำทั้งหมดเอาไว้ภายในเสาบ้านที่เป็นเหล็กกล่อง ขนาด 4x4 นิ้ว
ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องให้ช่างใช้เครื่องเจียรไฟฟ้าตัดที่บริเวณต้นเสาเป็นช่อง ก่อนจะพบสร้อยคอทองคำทั้งหมดที่ชิงมา อยู่ภายในเสาเหล็กและอัดทับด้วยฟางข้าว เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดwว้เป็นของกลาง ท่ามกลางชาวบ้านที่พากันจับกลุ่มมุงดูจำนวนมาก
จากนั้น ผู้ต้องหาได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดที่นำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีบอร์นดำที่ใช้ในวันก่อเหตุไปทิ้ง บริเวณหนองน้ำกลางทุ่งนาในพื้นที่ ต.บ้านหว้า ห่างจากบ้านผู้ต้องหา ประมาณ 10 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้นักประดาน้ำจากมูลนิธิกู้ภัยสว่างสามัคคีอุทิศ ช่วยกันลงค้นหาตามคำให้การของผู้ต้องหา โดยใช้เวลาไม่นานจึงพบรถจักรยานยนต์และสามารถนำขึ้นมาจากหนองน้ำได้สำเร็จ
ส่วนเสื้อผ้าที่ใช้ใส่ในวันก่อเหตุ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าได้เผาทำลายทิ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวไปชี้จุดค้นหา รวมทั้งค้นหาจุดที่ทิ้งเหล็กตะขอที่ใช้เกี่ยวเอาสร้อยคอทองคำต่อไป
มีข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เดิมผู้ต้องหาเป็นคนต่างพื้นที่แต่มาแต่งงานและมีครอบครัวอยู่ที่บ้านเหล่าโพนทอง ต.บ้านหว้า อ.เมืองขอนแก่น และมีลูกด้วยกันกับภรรยา ภายหลังได้แยกทางกัน ทำให้ผู้ต้องหาต้องรับผิดชอบเลี้ยงลูก ยึดอาชีพเป็นพ่อค้าขายบะหมี่ในพื้นที่ ต.บ้านหว้า แต่ช่วงหลังปัญหาเรื่องหนี้สินจำนวนมาก เป็นสาเหตุในการชิงทองในครั้งนี้


