อ่างทอง – “หมอปลา” พร้อมทนายอนันต์ชัยและทีมงาน ลงพื้นที่ติดตามคดีสัปเหร่อก่อเหตุอนาจารหญิงสาว เข้าพบพนักงานสอบสวนแจ้งความเพิ่มหลายข้อหา พร้อมตั้งข้อสงสัยเหตุใดถูกดำเนินคดีเพียงข้อหาเบา ขณะเจ้าอาวาสวัดสิงห์ยืนยันไม่รู้พฤติกรรม ระบุให้อาศัยอยู่ฟรีหลายปี ด้านหน่วยงานเกี่ยวข้องมีมติรื้อสำนัก 23 ก.พ. แต่ต้องชะลอรอพิสูจน์หลักฐาน
วันนี้( 20 ก.พ.) นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ “หมอปลา” พร้อม อนันต์ชัย ไชยเดช ประธาน มูลนิธิทนายกองทัพธรรม และทีมงาน เข้าแจ้งความเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน ที่ สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เพื่อดำเนินคดีกับสัปเหร่อผู้ถูกกล่าวหาก่อเหตุอนาจารหญิงสาวที่มาทำพิธีในพื้นที่ อ.วิเศษชัยชาญ
นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้แจ้งความคดีอนาจารไว้แล้ว ขณะที่ฝ่ายปกครองได้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ.2528 แต่เห็นว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดอาญาอื่นอีกหลายข้อหา ได้แก่ ซ่อนเร้นหรือทำลายศพ, ผ่าศพโดยไม่ใช่แพทย์นิติเวช, เคลื่อนย้ายศพโดยไม่มีเหตุอันควร และลักทรัพย์ รวมถึงขอให้ตรวจสอบความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนเพิ่มเติม
พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือการเมืองท้องถิ่นหนุนหลังว่า หากมีใครเกี่ยวข้องก็ต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีตำแหน่งระดับใด
ด้านหมอปลา ระบุว่า ก่อนหน้านี้ลงพื้นที่จุดฝังศพเด็กแต่ไม่สามารถสัมผัสสิ่งผิดปกติได้ โดยเชื่อว่าเด็กเป็น “วิญญาณบริสุทธิ์” อย่างไรก็ตามยังมีข้อสงสัยที่ต้องการสอบถาม อภิชาติ ศรีเหรา นายอำเภอวิเศษชัยชาญ ถึงเหตุผลการแจ้งข้อหาในลักษณะเบา และตั้งคำถามว่ามีความเกรงใจนักการเมืองท้องถิ่นหรือไม่ แต่เมื่อเดินทางไปพบกลับไม่พบตัว เนื่องจากติดภารกิจราชการ
ต่อมา คณะได้เดินทางไปยัง วัดสิงห์ เพื่อพบ พระอธิการประเสริฐ ฐานยุตโต เจ้าอาวาส ซึ่งชี้แจงว่า อนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหาอาศัยอยู่โดยไม่เก็บค่าเช่ามาหลายปี ทราบเพียงว่ามีการทำพิธีให้ลูกศิษย์ แต่ไม่รู้ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือการผ่าศพผิดกฎหมาย เพราะไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย และไม่ทราบว่ามีผู้หนุนหลังหรือไม่
เมื่อถูกถามว่ามีเครือญาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินการภายในวัดหรือไม่ เจ้าอาวาสยืนยันว่าไม่เป็นความจริง มีเพียงช่วยงานเล็กน้อย เช่น ทำความสะอาด ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ญาติของเจ้าอาวาสที่อยู่ในที่สัมภาษณ์ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเจ้าอาวาสเคยตักเตือนผู้ถูกกล่าวหาแล้ว เนื่องจากมีลูกศิษย์มาทำพิธีจำนวนมากจนดูเหมือนพุทธพาณิชย์ แต่ไม่ได้รับการเชื่อฟัง จนสร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านมานาน พร้อมยืนยันว่าญาติพี่น้องของเจ้าอาวาสไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลประโยชน์ใด ๆ
รายงานข่าวระบุว่า ในวันนี้มีผู้เสียหายหญิงอีก 3 คน เข้าชี้จุดเกิดเหตุภายในสำนักประกอบสำนวนคดี ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ขนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่ตามคำสั่งเจ้าคณะจังหวัด
ทั้งนี้ จากการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 19 ก.พ. มีมติให้รื้อถอนสำนักดังกล่าวในวันที่ 23 ก.พ. แต่ล่าสุดยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหลักฐานในพื้นที่ให้ครบถ้วนก่อน และขณะนี้ห้ามผู้ใดเข้าอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ภายในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว.


