บุรีรัมย์- ครูสาววัย 53 บุรีรัมย์ ถูกไล่ออกจากราชการปมเซ็นโยกงบฯอาหารกลางวันเด็กไปปรับปรุงห้องน้ำ ร.ร.ตามคำสั่งผอ. วอนขอความเป็นธรรมทั้งน้ำตาหลังศาลตัดสินพ้นผิด เพราะทำตามคำสั่งผู้บริหารแต่โทษทางวินัย “ก.ค.ศ.”ยังไม่ให้กลับเข้ารับราชการ เดือดร้อนหนักต้องดิ้นรนทำของขายหน้า ร.ร.หาเงินเลี้ยงลูก คนโตต้องดรอปเรียน รถจ่อถูกยึดเครียดถึงขั้นอยากจบชีวิต
วันนี้ (19 ก.พ.69) น.ส.จรัสพรรณ หรือ “ครูอ้อ” อายุ 53 ปี ครูประจำชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลสะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติไล่ออกจากราชการ ตามการชี้มูลของ ป.ป.ช. ฐานทุจริตต่อหน้าที่ จากกรณีที่อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผอ.ในขณะนั้น สั่งให้ครูอ้อ ซึ่งดูแลเกี่ยวกับอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โยกเงินอาหารกลางวันของเด็กไปปรับปรุงซ่อมแซมห้องน้ำโรงเรียน เหตุเกิดเมื่อปี 2564 ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงโควิดระบาด เด็กต้องเรียนแบบออนไลน์ ทางกระทรวงศึกษาธิการจึงให้เปลี่ยนจากการทำอาหารกลางวันให้เด็กรับประทานที่โรงเรียน เป็นการจ่ายเงินสดให้ผู้ปกครองซื้ออาหารกลางวันให้เด็กแทน
การโยกเงินอาหารกลางวันของเด็กไปซ่อมห้องน้ำ ทั้งครูการเงิน และครูฝ่ายงบประมาณโรงเรียน ก็รับทราบว่าเป็นคำสั่งของ ผอ. และมีการทำบันทึกไว้ตามระเบียบทุกขั้นตอน แต่พอมีการร้องเรียนกลับโยนความผิดให้ครูอ้อ เพียงคนเดียว จนครูอ้อ ถูกไล่ออกจากราชการ ทำให้ไม่ได้รับเงินเดือนและตัดสวัสดิการทุกอย่าง แต่ ผอ.ที่เป็นคนออกคำสั่งให้ทำ กลับถูกลงโทษแค่ปลดออก ซึ่งยังได้รับบำเหน็จ บำนาญ จึงมองว่าไม่มีความเป็นธรรม
อย่างไรตามล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ได้ตัดสินคดีอาญาครู อ้อ และ ผอ. ผลสรุปศาลตัดสินให้ครูอ้อ พ้นผิดเพราะทำตามคำสั่งผู้บริหารและพยายามทัดทาน แต่ไม่สามารถขัดคำสั่ง ผอ.ได้ ส่วน ผอ.ถูกตัดสินลงโทษจำคุก 5 ปี และชดใช้เงินที่สั่งให้โยกไปซ่อมห้องน้ำอีกกว่า 2 หมื่นบาท ซึ่งทาง ผอ.ได้ยื่นอุทธรณ์ ส่วน ครูอ้อ ในคดีอาญาถือว่าสิ้นสุด ไม่มีความผิด
แต่ส่วนความผิดทางวินัย ยังต้องรอการพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งครูอ้อ ถูกไล่ออกจากราชการไม่ได้รับเงินเดือนมา 5 เดือนแล้ว จึงได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม เพราะ เป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องดูแลทั้งพ่อแม่ และเลี้ยงลูกอีก 2 คน แต่พอถูกไล่ออกก็ไม่ได้รับเงินเดือนมาตลอด 5 เดือน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนไม่มีเงินใช้จ่าย ส่งลูกเรียน และใช้หนี้ ตอนนี้ลูกสาวคนโต ซึ่งกำลังเรียนมหาวิทยาลัยปี 3 ต้องดรอปเรียน ออกมาหารายได้ช่วยแม่ ที่มีภาระต้องส่งเสียลูกชายคนเล็กที่ยังเรียน ม.4 อีกทั้งรถยนต์ที่ค้างค่างวดมา 3 เดือนแล้ว ก็กำลังจะถูกยึด
ครูอ้อ เล่าทั้งน้ำตาคลอว่า หลังจากมีมติไล่ออกจากราชการไม่ได้รับเงินเดือน 5 เดือน ก็เครียดมากบางวันน้อยใจอยากจะจบชีวิต แต่สงสารพ่อ แม่ และลูกทั้งสองคน จึงตัดสินใจสู้ด้วยการทำยำขนมจีน และชาไทย ขายหน้าโรงเรียน เพื่อหาเงินดูแลพ่อแม่ และเลี้ยงลูก มีรายได้วันละ 300 – 400 บาท แต่ก็แค่พอกินไปวันๆ ไม่พอที่จะใช้หนี้สิน
“จึงอยากจะขอความเห็นใจและเมตตาจากผู้หลักผู้ใหญ่ และ อ.ค.ศ.ได้เร่งพิจารณาเรื่องวินัย หากเป็นไปได้ก็อยากกลับเข้ารับราชการเพื่อจะได้มีเงินเลี้ยงครอบครัว เพราะในคดีอาญาศาลก็ตัดสินแล้วว่าไม่มีความผิด ขอความเป็นธรรมด้วย” ครูอ้อ กล่าวในตอนท้าย


