ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- พรรคชาติพัฒนา เลือกหัวหน้าพรรคและกก.บริหารพรรคใหม่ หลัง “เทวัญ ลิปตพัลลภ” ย้ายไปซบเพื่อไทย ดัน“ปกครอง” ขึ้นนั่งแทน “สุวัจน์” เรียกร้อง “กกต.” สร้างความกระจ่างของการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อความน่าเชื่อถือเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ทั้งเพื่อความสง่างามของรัฐบาลชุดใหม่ ระบุ ถ้ามี 300 เสียงขึ้นไป รัฐบาลใหม่ปลอดภัย
วันนี้ (14 ก.พ.69)เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ ห้องประชุมโรงแรมซิตี้พาร์ค อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติพัฒนา ประจำปี 2569 โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานที่ประชุมฯ ซึ่งมีสมาชิกพรรคชาติพัฒนาเข้าร่วมประชุม จำนวน 266 คน โดยมีวาระสำคัญ คือ ระเบียบวาระที่ 4 การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทั้งคณะ หลังนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคฯ ได้ลาออกไปสังกัดพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ตามข้อบังคับพรรคการเมือง
โดยที่ประชุมพรรคชาติพัฒนา วันนี้ มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคฯ และผลการเลือกตั้ง ปรากฏว่า นายปกครอง ผาสุกยืด ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา คนใหม่ และนายปกครอง ได้เลือก นายอรัญ พันธุมจินดา เป็นเลขาธิการพรรคฯ
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาวันนี้ เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคการเมืองที่มีการลาออกของหัวหน้าพรรคคนเก่า ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารทั้งชุดต้องพ้นสภาพไป ซึ่งพรรคชาติพัฒนายังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไป แต่ช่วงนี้จะเน้นทำงานท้องถิ่นเป็นหลัก เช่น ส.อบจ. นายกเทศมนตรี และ สท. เป็นต้น
นายสุวัจน์ ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นถึงการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ พรรคภูมิใจไทย ว่า “หลังพรรคภูมิใจไทยได้เชิญพรรคเพื่อไทยร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ชัดเจน เพราะเสียงที่มีอยู่แล้วขณะนี้ก็เกินครึ่งหนึ่งของสภาฯ จากนี้ เป็นเรื่องของพรรคแกนนำว่าจะเชิญพรรคใดเข้ามาร่วมอีก เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพและเกิดความเชื่อมั่นได้รับการยอมรับจากประชาชน
ส่วนตัวเห็นว่า ถ้ารัฐบาลใหม่มีเสียงมากกว่า 300 เสียงขึ้นไปก็จะปลอดภัย เพราะรัฐบาลต้องมาแก้ปัญหาหลายเรื่อง และฝ่าวิกฤติต่างๆ ไปให้ได้ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากประชาชน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเรื่องถกเถียงและร้องเรียนหลังการเลือกตั้งเกิดขึ้นมาก ดังนั้น เพื่อความสง่างาม ความน่าเชื่อถือ และ การยอมรับของประชาชน กกต.จะต้องออกมาชี้แจงทำความกระจ่างในสิ่งที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ หลัง กกต. มีการรับรอง ส.ส.แล้ว จะทำให้รัฐบาลชุดใหม่มีความสง่างาม
ส่วนรัฐบาลจะอยู่ครบเทอม 4 ปีหรือไม่นั้น ไม่มีอะไรสามารถการันตีได้ เพราะการเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ถ้ารัฐบาลทำงานได้ดี แก้ปัญหาต่างๆได้ ไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง หรือไม่มีเรื่องที่ทุจริตคอรัปชั่น ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนตัวอยากเห็นรัฐบาลได้ทำงานอย่างต่อเนื่องไม่เปลี่ยนรัฐบาลบ่อย เพราะถ้าเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งในและต่างประเทศ นายสุวัจน์ กล่าวในตอนท้าย


