เพชรบุรี – องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย พร้อมตรวจเยี่ยมโครงการ “ป่าเปียก” ตามแนวพระราชดำริ มุ่งฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสร้างความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี
วันนี้ (13 ก.พ. ) พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เดินทางไปยัง วัดไร่มะม่วง ตำบลดอนขุนห้วย อำเภอชะอำ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการป่าเปียก ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย
โครงการป่าเปียกดังกล่าว เป็นการสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ที่ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารจัดการน้ำ โดยพื้นที่บริเวณด้านหลังวัดไร่มะม่วงเป็นเทือกเขาและผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด รวมถึงเป็นแหล่งอาหารสำคัญของชุมชน
แนวคิด “ป่าเปียก” ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การป้องกันไฟป่าที่พระองค์ทรงพระราชทานไว้ โดยในปี พ.ศ. 2544 พระครูภาวนาวัชราภรณ์ (พฤหัส มนตสิริ) ได้ริเริ่มจัดทำโครงการป่าเปียกตามรอยพระราชปณิธาน โดยดำเนินการสูบน้ำขึ้นไปกักเก็บในอ่างบนภูเขา ก่อนปล่อยลงสู่พื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น แตกต่างจากป่าธรรมชาติบริเวณอื่น
นอกจากนี้ ยังมีการปลูกไม้โตเร็ว ปลูกกล้วยเป็นแนวกันไฟป่า สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น และใช้น้ำจากระบบชลประทานควบคู่กับน้ำฝน เพื่อฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ
ทั้งนี้ วัดไร่มะม่วงเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านดอนขุนห้วย เมื่อปี พ.ศ. 2517 และได้ทรงปลูกต้นมะม่วงพันธุ์อกร่องทองไว้เป็นอนุสรณ์ พร้อมพระราชทานชื่อวัดใหม่จาก “วัดป่าดอนขุนห้วย” เป็น “วัดไร่มะม่วง”
ในช่วงบ่าย องคมนตรีได้เดินทางไปยังศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการตามพระราชประสงค์ดอนขุนห้วย 2 อำเภอชะอำ ซึ่งเป็นพื้นที่ขยายผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าว โดยมีการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ สำนักงานสหกรณ์ สำนักงานชลประทาน สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี สำนักงานทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 และกองพลพัฒนาที่ 1
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน


