xs
xsm
sm
md
lg

เกษตรประจวบฯ เปิดกิจกรรม “จิบกาแฟ แลธรรมชาติ@ป่าหมาก” ดันท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประจวบคีรีขันธ์ - สำนักงานเกษตรอำเภอสามร้อยยอด ผนึกเทศบาลศาลาลัย–ชุมชนบ้านป่าหมาก จัดกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชูจุดเด่นกาแฟโรบัสต้า วิถีปกาเกอะญอ และธรรมชาติชายแดน หวังเพิ่มรายได้และความยั่งยืนชุมชน

วันนี้ ( 12 ก.พ.) ที่ลานกางเต็นท์ หมู่ 8 ตำบลศาลาลัย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาวเชาวนีฐ์ โคมแก้ว เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร จิบกาแฟ แลธรรมชาติ@ป่าหมาก” โดยมีนางสาวเกศินี แก้วกัณฑ์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนนายอำเภอสามร้อยยอด กล่าวต้อนรับ และนายนพดล เบ็ญจกุล เกษตรอำเภอสามร้อยยอด กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วม

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรอำเภอสามร้อยยอด ร่วมกับเทศบาลตำบลศาลาลัย และชุมชนบ้านป่าหมาก เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและกาแฟบ้านป่าหมากให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวทางส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ ที่มุ่งพัฒนาคน พื้นที่ และสินค้า ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้แก่ชุมชน และส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชุมชน

ภายในงานมีหน่วยงานและบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ ร.ต.อ.ณรงค์ นิลอ่างทอง ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก นางสาวขนิษฐา อยู่เจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านป่าหมาก นายประจักษ์ ธรรมโชติ ที่ปรึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรบัสต้าป่าช้างขาว พระปฐมพร ปฐมวโร เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าช้างขาว รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอและจังหวัด ตลอดจนประชาชนในพื้นที่

บ้านป่าหมากมีพื้นที่ทั้งหมด 737.67 ไร่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรผสมผสาน โดยมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 400 ไร่ พืชสำคัญ ได้แก่ กาแฟ ทุเรียน กล้วย หมาก และไม้ผลยืนต้นอื่น ๆ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกาแฟประมาณ 150 ไร่ มีครัวเรือนปลูกกาแฟ 74 ครัวเรือน และมีผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ 4 ราย รวมทั้งมีการรวมกลุ่มเกษตรกร เช่น กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านป่าหมาก กลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้ปลูกทุเรียนบ้านป่าหมาก และวิสาหกิจชุมชนโรบัสต้าป่าช้างขาว

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการเสวนาเรื่องเส้นทางกาแฟป่าหมาก “จากสวนสู่ถ้วยกาแฟ” การจัดแสดงวิถีชุมชน การปลูกข้าวไร่ การสาธิตทอผ้า และจักสานไม้ไผ่เป็นผลิตภัณฑ์ เช่น สุ่มไก่และหมวก รวมถึงการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนของชาวปกาเกอะญอ โดยเฉพาะกาแฟโรบัสต้าป่าช้างขาวและชาดอกกาแฟ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นางสาวขนิษฐา อยู่เจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านป่าหมาก กล่าวว่า แม้ชุมชนจะตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลใกล้ชายแดนไทย–เมียนมา แต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและคอกาแฟรู้จักดี มีจุดเด่นทั้งลานกางเต็นท์ริมสายน้ำ สะพานเหลืองซึ่งเป็นแลนด์มาร์ก และร้านกาแฟของวิสาหกิจชุมชนโรบัสต้าป่าช้างขาว โดยรายได้จากการจำหน่ายกาแฟจะมีการแบ่งปันให้สมาชิกผู้ปลูกปีละ 2 ครั้ง

ด้านเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กล่าวว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านป่าหมากสามารถท่องเที่ยวได้เกือบตลอดทั้งปี แต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์แตกต่างกัน ไม่เพียงสร้างรายได้จากผลผลิตและการท่องเที่ยว แต่ยังช่วยอนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชน จึงเชื่อมั่นว่ากิจกรรมครั้งนี้จะช่วยต่อยอดการพัฒนากาแฟป่าหมาก ยกระดับรายได้เกษตรกร และสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนในระยะยาว พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและลิ้มรสกาแฟป่าหมากด้วยตนเอง