อุดรธานี - กกต.อุดรฯ เดินหน้าสอบคลิปเลือกตั้งเขต 5 ในพื้นที่ อ.หนองหาน ยกระดับจากขั้นตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นรับเรื่องร้องคัดค้านเพื่อทำการไต่สวนสอบปากคำพยานแล้ว ขณะที่ชาวบ้านหลายตำบลใน อ.หนองหานตามติดคดี รับไม่ได้ซื้อขายกันโจ่งแจ้ง ต่างจากแต่ก่อนที่หลบๆ ซ่อนๆ ลั่นกระทบศักดิ์ศรีคนเสื้อแดงชาวอุดร
กรณีคลิปวิดีโอฉาวโพสต์กันว่อนโซเชียล ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือเข้าข่ายการซื้อเสียงในพื้นที่อำเภอหนองหาน เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดอุดรธานี ล่าสุดวันนี้ (12 ก.พ.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดอุดรธานี ชาวบ้านจากหลายตำบลในอำเภอหนองหานได้เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้า ภายหลังสื่อมวลชนนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง
โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองดูแลความปลอดภัย พร้อมมีการบันทึกภาพผู้ที่เดินทางมาติดต่อราชการทั้งบุคคลและยานพาหนะ ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงาน
ว่าที่ร้อยตรี ศุภวัชช ชุญชัย พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ สำนักงาน กกต.จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางดคีว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่าพฤติการณ์ตามที่ปรากฏในคลิปมีเค้าโครงความเป็นจริง และมีผู้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่แล้ว จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนมีคำสั่งยกระดับจากขั้น “ตรวจสอบข้อเท็จจริง” เป็น “รับเรื่องร้องคัดค้านเพื่อดำเนินการไต่สวน” อย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน นายสายัณห์ สายแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. จังหวัดอุดรธานี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้ตั้งสำนวนสอบสวนเป็นที่เรียบร้อย โดยดำเนินการควบคู่กัน 2 ส่วน คือ การสอบสวนตามข้อเท็จจริงในคลิปวิดีโอ และการรวบรวมพยานหลักฐานจากกรณีที่ผู้สมัครรายหนึ่งเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองหาน ซึ่งได้รวมเข้าเป็นสำนวนเดียวกันแล้วเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นธรรม
เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำ เปิดโอกาสให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการ โดยตั้งเป้าสรุปสำนวนภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์ ก่อนส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลางทั้ง 7 คนพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป
หนึ่งในตัวแทนชาวบ้านที่เดินทางมาติดตามความคืบหน้า คือ นางผลิศพร หงส์ธนาธร อายุ 61 ปี ซึ่งสะท้อนความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนในพื้นที่รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
“อุดรไม่เคยมีแบบนี้ ที่ผ่านมาอาจมีเรื่องแบบนี้บ้าง แต่ก็เป็นลักษณะแอบ ๆ ไม่ได้โจ่งแจ้งขนาดนี้ แต่กรณีที่เกิดขึ้นมันเหมือนผู้สมัครไม่ให้เกียรติจังหวัดอุดร ไม่ให้เกียรติคนอุดร รู้อยู่แล้วว่าจังหวัดอุดรเป็นจังหวัดของคนเสื้อแดง ถึงเขาไม่ได้แสดงตัวมาก แต่เขาก็ทำงานอยู่เงียบๆ เพราะฉะนั้นพอทำแบบนี้มันเหมือนเราไม่ได้รับเกียรติ คนเสื้อแดงไม่ได้รับเกียรติ ประชาชนคนอุดรไม่ได้รับเกียรติ เรารับไม่ได้”
นางผลิศพรกล่าวด้วยว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการมาติดตามความคืบหน้ากับผู้อำนวยการ กกต.จังหวัด ไม่ได้มีเจตนาจะกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ต้องการให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามพยานหลักฐาน “ถ้าผิดจริงก็ต้องเอาผิด ให้ท่านทำงานได้เต็มที่”
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า เป็นการกระทำอย่างเปิดเผยเกินควร แตกต่างจากอดีตที่ทำกันแบบหลบๆซ่อนๆ ไม่ทำกันโจ่งแจ้ง ตนมีความรู้สึกว่าศักดิ์ศรีของคนอุดรธานีและคนเสื้อแดงในพื้นที่ถูกละเมิด และขอเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา หากพบความผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย


