xs
xsm
sm
md
lg

หมอฟันถูกสาวนิคมฯ หลอกลงทุน 39 ล้าน โดนแก๊งเงินกู้นอกระบบลวงซ้ำ-ตามขู่ยันบนโรงพัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลำพูน - หมอฟันเจ้าของคลินิกเอกชนลำพูน..ถูกเพื่อนหญิงสมัยเรียนอดีตพนักงานโรงงานนิคมฯ หลอกลงทุน 39 ล้าน ต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายดำเนินคดีกับเพื่อน โดนแก๊งเงินกู้นอกระบบโกงอีก บอกจ่ายวันละกว่า 6 พัน เกินยอดหนี้ แต่กลับถูกข่มขู่ทวงซ้ำยันบนโรงพัก อ้างหนี้ยังค้าง


ผู้เสียหายรายดังกล่าวคือหมอกระต่าย หมอฟันคลินิกเอกชนแห่งหนึ่งย่านนิคมอุตสาหกรรม จ.ลำพูน เล่าว่า หลังจากได้ขอให้เซลส์เงินกู้นอกระบบเจ้าหนึ่งช่วยตรวจสอบหลักฐานการจ่ายค่างวดหนี้นอกระบบ แต่กลับโดนเซลส์รุ่นลูกคนดังกล่าวทั้งด่าทอ ข่มขู่ คุกคามลูกน้องในคลินิก จนหวาดผวา

หมอกระต่ายกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเป็นผู้เสียหายในคดีที่ถูกเพื่อนสมัยเรียนหนังสือชื่อว่านางสาวกบ หลอกลงทุนและโกงเงินไป 39 ล้านบาท ซึ่งศาลชั้นต้นได้ตัดสินว่านางสาวกบมีความผิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568

แค่ก่อนหน้านั้น เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2567 ตนได้ไปกู้เงินนอกระบบจำนวน 120,000 บาท จากนายกล้า (นามสมมติ) ซึ่งเป็นเซลส์เงินกู้นอกระบบรายหนึ่ง โดยต้องจ่ายค่างวดวันละ 6 พันบาท เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างสู้คดีที่ได้ฟ้องร้องนางสาวกบ พร้อมพวกในข้อหาฉ้อโกงและคดีฟอกเงิน

ช่วงแรกตนจะใช้บริการเงินกู้นอกระบบเป็นระยะเวลาสั้นๆ จนถึงวันตัดสินวันที่ 28 มีนาคม 2568 เพื่อรอเงินที่จะได้จากนางสาวกบ แต่กลับกันจำเลยทั้ง 3 คนไม่ยอมรับสารภาพ สู้คดีและขอยื่นอุทธรณ์ ซึ่งคดีนี้กำลังส่งไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทำให้ตนต้องใช้บริการเงินกู้นอกระบบและจ่ายค่างวด ต่อไปจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ซึ่งตนได้คำนวณค่างวดแล้วว่าครบจำนวนแล้ว

ต่อมานายกล้า เซลส์เงินกู้นอกระบบได้ติดต่อมาว่าตนยังจ่ายค่างวดไม่ครบ ตนจึงได้นำหลักฐานเป็นสลิปเงินที่โอนจ่ายค่างวดมาตรวจสอบและส่งให้นายกล้าดูเพื่อไปตรวจสอบกับบริษัทฯ หลังจากนั้นนายกล้าติดต่อมาว่าฝ่ายเร่งรัดหนี้สินจะเข้าไปเคลียร์เรื่องยอดเงินที่ค้างส่ง

ซึ่งขณะนั้นตนไม่สะดวกเพราะตอนนั้นกำลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน ที่ตนได้ฟ้องบัญชีม้าและผู้เกี่ยวข้องคดีฟอกเงินอยู่ แต่นายกล้ากลับไม่ฟังและได้บุกขึ้นมาทวงหนี้ต่อหน้าพนักงานสอบสวน อ้างว่าเป็นหนี้ก็ต้องจ่าย

หลังจากนั้นได้มีการพูดคุยตกลงกันโดยนายกล้าได้ขอเปลี่ยนการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารนายวิทย์ (นามสมมติ) และได้ข่มขู่ให้ตนจ่ายหนี้ทุกวัน ระบุว่าตนยังค้างเงินชำระเงิน 68,000 บาท และให้จ่ายค่างวดวันละ 500 บาท

“ระหว่างนั้นดิฉันได้ให้นายกล้าเช็กยอดคงค้างกับบริษัทต้นทางว่ายอดหนี้เหลือเท่าไหร่และนำมาเปรียบเทียบกับสลิปโอนเงินที่ดิฉันส่งให้ ทุกครั้งนายกล้าจะปฏิเสธและพูดส่งข้อความด่าทอ ข่มขู่ ทวงหนี้ดิฉันตลอด”

ต่อมาตนได้นำสลิปที่โอนเงินจ่ายค่างวดที่เก็บไว้มาเช็กอย่างละเอียดพบพิรุธหลายอย่าง และพบว่าตนได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนายวิทย์และนายกล้าเกินจากยอดทั้งหมด 10,300 บาท จึงส่งหลักฐานให้นายกล้าตรวจสอบและท้วงติงยอดเงิน

แต่นายกล้ากลับโกรธที่ตนจับได้ว่าโกงเงิน กลับด่ารัวๆ ด้วยคำหยาบคาย ตนได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 3 ข้อหา คือ เก็บดอกเบี้ยเกินอัตรากฎหมายกำหนด, ฉ้อโกง และหมิ่นประมาท

ซึ่งตนตัดสินใจเข้าแจ้งความเนื่องจากเพื่อความปลอดภัยของตนและลูกน้องในคลินิก และที่สำคัญตนเกลียดคนโกง เพราะเคยถูกนางสาวกบเพื่อนสาวหลอกลงทุนสูญเงินไปถึง 39 ล้านบาท และคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรอยู่ในสังคม