อุดรธานี–เพจชื่อดังเมืองอุดร “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” พามือถ่ายคลิปเข้าข่ายซื้อเสียง เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.หนองหาน เข้าพบ กกต. ยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ หวั่นพยานไม่ปลอดภัยหลังพบรถปริศนาวนเวียนหน้าบ้าน
จากกรณีปรากฏคลิปเหตุการณ์ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงในพื้นที่เลือกตั้งเขต 5 จังหวัดอุดรธานี ซึ่งสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ และทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงพร้อมส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อบ่ายวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายภาณุมาศ จิตวศินคุณ เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ได้นำประชาชนผู้บันทึกคลิปดังกล่าวเข้าพบพนักงานสืบสวนของ กกต.จังหวัดอุดรธานี
การเข้าพบครั้งนี้มีขึ้นที่สำนักงาน กกต.จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายสมชาย พรหมา หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง เป็นผู้รับเรื่อง เพื่อให้ถ้อยคำและส่งมอบหลักฐานประกอบการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ภายหลังให้ถ้อยคำกับพนักงานสืบสวนของ กกต. แล้วเสร็จ ชาวบ้านผู้ให้ข้อมูลไม่ได้ให้สัมภาษณ์หรือเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมต่อสื่อมวลชน โดยบอกกล่าวสั้น ๆ เพียงว่า “ผมขอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ กกต. ไปหมดแล้ว ตอนนี้ไม่สะดวก” ก่อนลงลายมือชื่อรับรองการให้ถ้อยคำตามขั้นตอน
นายภาณุมาศ กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงที่มาที่ไปของคลิปที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าชาวบ้านผู้ถ่ายคลิปเป็นผู้บันทึกเหตุการณ์ด้วยตนเอง และมีเจตนาเพียงต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและโปร่งใส
“จากการสอบถามเบื้องต้น ยืนยันว่าคุณพ่อไม่ได้มีการรับเงินในวันดังกล่าวแต่อย่างใด ท่านเป็นเพียงผู้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้เท่านั้น” นายภาณุมาศกล่าว
ทั้งนี้ ได้ส่งมอบโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ใช้บันทึกคลิปให้กับ กกต. เพื่อตรวจสอบเป็นพยานหลักฐานทางคดี พร้อมย้ำว่า การกระทำดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดฐานซื้อสิทธิขายเสียง เนื่องจากไม่มีการรับผลประโยชน์ใด ๆ อันจะทำให้องค์ประกอบความผิดครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม นายภาณุมาศเปิดเผยว่า ภายหลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป พยานมีความกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากพบว่ามีรถไม่ทราบฝ่ายขับวนเวียนและจอดบริเวณหน้าบ้านหลายครั้ง จึงเตรียมหารือกับผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดอุดรธานี เพื่อขอให้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งสถานีตำรวจและฝ่ายปกครองอำเภอ พิจารณามาตรการดูแลความปลอดภัยแก่พยานโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป


