กำแพงเพชร - ตำรวจกำแพงเพชรเปิดปฏิบัติการล่าขยายผลตามจับถึงคลองหลวง..แก๊งขนยาดัดแปลงรถตู้ซุกยาบ้าถึง 1,500,000 เม็ด แหกด่านฯ จนต้องไล่กวดจับจนสำเร็จ ตามซิวทั้งรถนำ-คนรอรับปลายทางซ้ำ
วันนี้ (11 ก.พ. 69) พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริรอง ผบช.ภ.6 นายชาธิป รุจนเสรี ผวจ.กำแพงเพชร พล.ต.ต.โอภาส คงเมือง ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร นายสดุดี พุทธัง ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร พ.พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ สมชัยมงคล รอง ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร นายปรีชา พงศ์ประยูร นายอำเภอโกสัมพีนคร นำเจ้าหน้าที่แถลงสื่อมวลชนที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจจราจรจังหวัดกำแพงเพชร
กรณีการจับกุมยาบ้า 1,515,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหา นายเสน่ อุปรี ชาว อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย นายศรัณย์ นะมอย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นายจักรพันธ์ ปลิ้มจิตร อ.เมืองปทุมธานี ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าฯ
พร้อมตรวจยึดรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียนเชียงใหม่ จำนวน 1 คัน (รถขนยาเสพติด) รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ หมายเลขทะเบียนเชียงใหม่ จำนวน 1 คัน (รถนำทาง) รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน โทรศัพท์ของผู้ต้องหาที่ใช้ติดต่อกัน รวมมูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท
การจับกุมมีขึ้นขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่ที่บริเวณจุดตรวจเกาะรากเสียด ต.เพชรชมภู ต.โกสัมพีนคร จว.กำแพงเพชร เวลาประมาณ 06.30 น. 4 กุมภาพันธ์ 2569 พบนายเสน่ขับรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา เข้ามาที่จุดตรวจ (ขาล่อง)
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพบเห็นมีลักษณะพิรุธน่าสงสัย จึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ แต่นายเสน่ได้เร่งความเร็วรถแล้วขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถติดตามโดยกระชั้นชิด จนสามารถจับกุมได้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จว.กำแพงเพชร ทำการตรวจค้นรถพบยาเสพติด (ยาบ้า) ทั้งหมดถูกซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นรถที่ถูกดัดแปลง
สอบถามนายเสน่ให้การยอมรับว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนจริง และยังให้การว่านายศรัณย์ นะมอย เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียนเชียงใหม่ นำทางด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามจนสามารถจับกุมตัวนายศรัณย์ได้ที่บริเวณรีสอร์ต อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปทางทิศใต้ประมาณ 15 กม.
จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่นัดหมายรับยาเสพติดที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อีก 1 ราย คือ นายจักรพันธ์ ปลี้มจิตร พร้อมตรวจยึดรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สอบสวนทราบว่ายาเสพติดล็อตดังกล่าวถูกลำเลียงเข้ามาจากบริเวณชายแดนภาคเหนือ โดยขบวนการได้มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ดัดแปลงพื้นรถตู้โดยสารเป็นช่องซุกซ่อนยาเสพติด ผู้ต้องหาได้รับการว่าจ้างให้ขับรถผ่านเส้นทางภาคเหนือ มุ่งหน้าส่งมอบยังปลายทางในพื้นที่ภาคกลาง จังหวัดปทุมธานี
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ประจำด่านในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งมีไหวพริบและประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบกับการสนับสนุนข้อมูลจากสายข่าวที่มีคุณภาพ สามารถตรวจพบความผิดปกติและทำการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางทั้งหมดไว้ได้ ก่อนขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญที่จังหวัดปทุมธานีได้เพิ่มเติมอีก 1 ราย
แต่แม้จะสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้บางส่วน แต่ยังไม่สามารถขยายผลไปถึงตัวผู้บงการรายใหญ่และเครือข่ายปลายทางที่จะนำยาเสพติดไปกระจายสู่ผู้เสพได้ เนื่องจากขบวนการมีลักษณะการทำงานแบบตัดตอนเป็นช่วง ๆ ทำให้การสืบสวนสอบสวนเชื่อมโยงไปถึงผู้สั่งการระดับบนเป็นไปด้วยความยากลำบาก


