xs
xsm
sm
md
lg

นศ.มหาสารคามปักหลักจี้ กกต.นับคะแนนใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มหาสารคาม - นิสิตมหาสารคามปักหลักจี้ กกต.ไม่โปร่งใส ด้าน กกต.สารคามยังไม่นับคะแนนใหม่ เหตุเกิดแค่ตัวเลขคะแนนคลาดเคลื่อนเท่านั้น


วันนี้ (10 ก.พ. 69) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดมหาสารคาม ภายหลังจากที่นักศึกษา และประชาชนมีการรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ กกต.มหาสารคาม ได้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากมีข้อสงสัยหลายประการของ กกต.ที่ไม่โปร่งใส มีการนำผลคะแนนมาปิดทับผลคะแนนเดิม ทำให้ผู้สมัครเบอร์ 6 นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ พรรคภูมิใจไทย มีคะแนนเพิ่มมากขึ้นถึง 148 คะแนน และอีกหนึ่งข้อสงสัยก็คือ จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะเป็นข้อมูลที่ไม่ควรแก้ไข แต่ก็มีการลบออก จากเดิม 129,888 คน เขียนทับลงไปใหม่เป็น 129,620 คน จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งก็มีการถูกแก้ไขเช่นเดียวกัน

แต่ตัวเลขเลือนรางมาก จึงไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเลขอะไร ซึ่งมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 90,569 คน เป็นบัตรดี 84,916 คน บัตรเสีย 2,106 คน และบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน 3,547 คน


ทั้งนี้ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาต่อเนื่องมาช่วงเช้า กระทั่ง กกต.กลางมีการประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับทาง กกต.จังหวัดมหาสารคาม เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา โดยทาง กกต.กลางมีการแถลงออกมาแล้วว่าในพื้นที่ จ.มหาสารคามจะไม่มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากว่าเป็นเหตุตัวเลขคลาดเคลื่อนเท่านั้น ภายหลังจากที่ กกต.กลางแถลงทำให้มวลชนไม่พอใจ และยังคงปักหลักรวมตัวกันอยู่ที่หน้าสำนักงาน กกต.เพื่อกดดัน ขอให้มีการนับคะแนนใหม่

และยืนยันว่าจะรวมตัวกันจนกว่าจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด มีการนั่งอยู่ในร่มของป้อมยาม มีการปูเสื่อนำร่มมากางกันแดด ซึ่งก็มีคนใจดีนำน้ำดื่ม ชา กาแฟ หมูปิ้ง อาหารคาวหวาน มามอบให้เป็นเสบียงจำนวนมาก

นายวีรธร นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม หนึ่งในมวลชน กล่าวว่า จากที่ฟัง กกต.แถลง มีอยู่ 3 จังหวัด คือ ชลบุรี มหาสารคาม และปทุมธานี โดยในส่วนของจังหวัดชลบุรี กกต.ให้เหตุผลว่าเกิดจากความวุ่นวายของหน่วยเลือกตั้ง ส่วนของจังหวัดมหาสารคาม กกต.ระบุว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเลขที่คลาดเคลื่อน จากการที่ไม่ได้รวมคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งอีกหนึ่งหน่วยเข้าไป ทำให้คะแนนเกิดความคลาดเคลื่อน ขณะที่จังหวัดปทุมธานี กกต.ชี้แจงว่าคะแนนแตกต่างกันเพียง 1-2 คะแนน จึงมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องนับคะแนนใหม่

ทั้งนี้ ในมุมมองของตน มองว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขคลาดเคลื่อน หรือคะแนนห่างกันเพียงเล็กน้อย ตนคิดว่าเนื่องจากมันไม่ได้ถูกนับให้ครบตั้งแต่แรก ก็ควรที่จะต้องนับใหม่%พื่อให้เกิดความถูกต้องและความชัดเจน และอยากให้เปิดเอกสารที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง ทั้งใบ 5/11 และใบ 5/18 ออกมา เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

สำหรับประเด็นที่ยังคาใจ นอกเหนือจากเรื่องความไม่โปร่งใสแล้ว ส่วนตัวตนยังไม่มีประเด็นอื่นเพิ่มเติม แต่สำหรับคนอื่นๆ ก็อาจจะมีข้อกังวลในมุมอื่น ซึ่งตนไม่สามารถยืนยันแทนได้


ต่อมา นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เบอร์ 1 พรรคประชาชน ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.จังหวัดมหาสารคาม เรื่อง ขอให้ดำเนินการสั่งให้มีการนับและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดมหาสารคาม

ข้อความระบุว่า ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พุทธศักราช 2568 และได้มีการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 รวมถึงการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาแล้วนั้น

ตนมีความประสงค์ขอให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคามดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อพิจารณาสั่งให้นับและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดมหาสารคาม

เนื่องจากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า อาจมีการจงใจนับและรวมคะแนนโดยไม่ถูกต้อง และการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พ.ศ. 2561 ประกอบข้อ 223(2) และข้อ 240(2) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566

พวกเราจึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคาม รับข้อเรียกร้องนี้ไว้พิจารณา และเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงพิจารณาสั่งให้นับและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด


ในการปักหลักรวมตัวกันของนิสิต และนักศึกษาที่บริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งถือเป็นพื้นที่ราชการ นายเศรษฐา เณรสุวรรณ นายอำเภอเมืองมหาสารคาม ได้ให้คำแนะนำว่า หากจะปักหลักที่ กกต. ควรที่จะมีการหาตัวแทนไปยื่นขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะให้ถูกต้องตามขั้นตอน

แต่ถ้าจะไปปักหลักในพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ก็จำเป็นต้องไปพูดคุยกับเจ้าของสถานที่หรือผู้มีอำนาจดูแลพื้นที่ ในส่วนของพื้นที่มหาวิทยาลัยนั้น พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะไม่ได้เข้าไปควบคุม เว้นแต่ว่าจะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือกฎหมายพิเศษอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มี

ดังนั้น พื้นที่มหาวิทยาลัยถือว่าเป็นพื้นที่เปิด และไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายชุมนุมสาธารณะโดยตรง บางกลุ่มอาจมองว่าเป็นการเลี่ยงข้อกฎหมาย แต่ในข้อเท็จจริงคือกฎหมายไม่ได้ควบคุมอยู่แล้ว


อย่างไรก็ตาม ตนขอแนะนำว่ามีอยู่สองทางเลือก หากจะไปชุมนุมที่สำนักงาน กกต.ก็จำเป็นต้องยื่นขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะให้ถูกต้องตามขั้นตอน โดยเฉพาะอธิการบดี เพราะตนเองไม่ได้มีอำนาจในการอนุญาตให้ใช้สถานที่ แม้จะเป็นพื้นที่เสรี แต่ก็ยังมีผู้ดูแลรับผิดชอบอยู่ จึงควรมีการประสานพูดคุยกันก่อนหากจะใช้พื้นที่ดังกล่าว

สำหรับในส่วนของการยื่นหนังสือ ยื่นข้อร้องเรียนต่างๆ ตอนนี้ทาง กกต.ก็ได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะได้ส่งต่อไปยัง กกต.กลางเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น